ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของพนักงานให้บริการจัดเก็บขยะมูลฝอย สังกัดเทศบาลเมืองท่าโขลง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
ความเหนื่อยล้า, ประสิทธิผลการปฏิบัติงาน, พนักงานจัดเก็บขยะมูลฝอย, ภาวะหมดไฟบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง (Survey Research by Cross-sectional study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการปฏิบัติงาน ปัจจัยด้านความเหนื่อยล้า ประสิทธิผลการปฏิบัติงาน และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของพนักงานให้บริการจัดเก็บขยะมูลฝอย สังกัดเทศบาลเมืองท่าโขลง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ประชากรที่ศึกษาพนักงานให้บริการจัดเก็บขยะมูล สังกัดเทศบาลเมืองท่าโขลง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 144 คน เลือกแบบเจาะจงจำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติ Chi-Square สถิติ Fisher’s Exact Test และสถิติสหสัมพันธ์ของสเปียร์แมน (Spearman's Rank Correlation Coefficient)
ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยปัจจัยด้านการปฏิบัติงานอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย (µ = 2.92 α = 1.17) ขณะที่ปัจจัยด้านความเหนื่อยล้า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 41.00 และปัจจัยส่วนบุคคลได้แก่ เพศ จำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ จำนวนชั่วโมงทำงานต่อวัน ประสบการณ์ทำงานและพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจัยด้านการปฏิบัติงานรวมถึงปัจจัยด้านความเหนื่อยล้าความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.(2566). สถานการณ์ขยะมูลฝอยของประเทศไทย ปี 2566. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
รวีพลอย เดชอุดม.(2558). การปกครองท้องถิ่นไทยในยุคการกระจายอำนาจ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สลิลรัตน์ นิตรมร.(2564). ภาวะสุขภาพของพนักงานเก็บและคัดแยกขยะ สังกัดเทศบาลจังหวัดนนทบุรี. วารสารสาธารณสุขและการพัฒนา. 2564;19(1):45-58.
สิระยา สัมมาวาจา.(2532). แบบวัดภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานฉบับภาษาไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พันธะกานต์ ยืนยง และสุรเดช สำราญจิตต์.(2567). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับทักษะซอฟต์สกิลของผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ. 2567;9(1):32-44.
Arnold HJ, Feldman DC.(1986). Organizational behavior. New York: McGraw-Hill.
วชิรวัชร งามละม่อม. ลักษณะประชากรศาสตร์กับพฤติกรรมการทำงาน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 2560;28(2):145-162.
International Labour Organization.(1986). Ergonomics principles in the design of hand tools. Geneva: International Labour Organization.
Piper BF.(1993). Fatigue. In: Carrieri-Kohlman V, Lindsey AM, West CM, editors. Pathophysiological phenomena in nursing: Human responses to illness. Philadelphia: W.B. Saunders; 1993. p. 279-302.
McClelland DC.(1973). Testing for competence rather than for intelligence. Am Psychol. 1973;28(1):1-14.
Herzberg F, Mausner B, Snyderman BB.(1959). The motivation to work. New York: John Wiley & Sons.
Maslach C, Leiter MP.(1977). The truth about burnout. San Francisco: Jossey-Bass.
Spielman AJ.(1986). Assessment of insomnia. Clin Psychol Rev. 1986;6(1):11-25.
Moos RH.(1974). The social climate scales: An overview. Palo Alto (CA): Consulting Psychologists Press.
พลภัทร สถาปนไชย.(2559). ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดกับความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานเก็บขยะมูลฝอยในเทศบาลอุบลราชธานี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
พรทิพย์ นิลมัย.(2539). ขวัญและความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน: เปรียบเทียบระหว่างพนักงานธนาคารกรุงเทพจำกัดกับสำนักงานธนาคารออมสิน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
Maslach C, Jackson SE.(1981). The measurement of experienced burnout. J Organ Behav. 1981;2(2):99-113.
วัฒนา ศรีวิลัย, กล้าหาญ ณ น่าน.(2564). ความเหนื่อยหน่ายในการทำงาน (Burnout): แนวคิดและการจัดการ. วารสารพฤติกรรมศาสตร์เพื่อการพัฒนา. 2564;13(1):1-20.

