การพัฒนาคุณภาพการดูแลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดในหอผู้ป่วยสามัญ โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี

ผู้แต่ง

  • จุฑารัตน์ เรืองชุม โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี
  • กุลวดี อภิชาติบุตร รองศาสตราจารย์ ดร. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • อรอนงค์ วิชัยคำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

คำสำคัญ:

การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง , คุณภาพการดูแล , ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด , ภาวะภูมิไวเกิน

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้เป็นการวิจัยและพัฒนานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดในหอผู้ป่วยสามัญ โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี ประชากรในการศึกษาครั้งนี้คือพยาบาลวิชาชีพจำนวน 16 คน แบ่งเป็นทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติ เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย แนวคำถามในการสนทนากลุ่ม คู่มือการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด แบบสังเกตการปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดเสี่ยงเกิดภาวะภูมิไวเกิน และแบบบันทึกอุบัติการณ์การเกิดภาวะภูมิไวเกิน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติแบบบรรยาย  

     ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการพัฒนาคุณภาพโดยใช้กระบวนการพัฒนาคุณภาพโฟกัสพีดีซีเอ พยาบาลทีมปฏิบัติสามารถปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดเสี่ยงเกิดภาวะภูมิไวเกินถูกต้องครบถ้วนโดยภาพรวมเฉลี่ยร้อยละ 90.10 โดยสามารถปฏิบัติการดูแลในระยะก่อนได้รับยาเคมีบำบัดถูกต้องครบถ้วนระหว่างร้อยละ 95.84-100.00 สามารถปฏิบัติการดูแลระหว่างให้ยาเคมีบำบัดได้ถูกต้องครบถ้วนระหว่างร้อยละ 91.67-100.00 และสามารถปฏิบัติการดูแลระยะหลังให้ยาเคมีบำบัดได้ถูกต้องครบถ้วนระหว่างร้อยละ 83.30-100.00 และไม่พบอุบัติการณ์ภาวะภูมิไวเกินมากกว่าเท่ากับระดับ 3 ผู้บริหารการพยาบาลควรส่งเสริมการนำกระบวนการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องไปใช้ในหน่วยงานอื่นเพื่อให้เกิดคุณภาพบริการที่ดีต่อผู้ป่วย

เอกสารอ้างอิง

Deming WE.(1986). Out of the Crisis. Cambridge, MA: MIT Press.

Deming WE.(1993). The New Economics for Industry, Government, Education. Cambridge, MA: MIT Press.

McLaughlin CP, Kaluzny AD.(2002). Continuous Quality Improvement in Health Care: Theory, Implementations, and Applications. 2nd ed. Gaithersburg, MD: Aspen Publishers.

Abuzied Y, Alshammary SA, Alhalahlah T, Somduth S.(2023). Using FOCUS-PDSA Quality Improvement Methodology Model in Healthcare: Process and Outcomes. Glob J Qual Saf Healthc. 2023 May 3;6(2):70-2. doi:10.36401/JQSH-22-19. PMID:37333757; PMCID:PMC10275632.

Jin Y, Li C, Zhang X, Jin Y, Yi L, Cui J.(2021). Effect of FOCUS-PDCA procedure on improving self-care ability of patients undergoing colostomy for rectal câncer. Rev Esc Enferm USP. 2021 Jun 23;55:e03729. doi: 10.1590/S1980-220X2020012503729. PMID: 34190882

Hibi T, et al.(2016). Quality management of chemotherapy for cancer patients using the PDCA cycle. Jpn J Clin Oncol. 2016;46(6):1–7.

Zhou Y, et al.(2021). Effect of PDCA nursing management on quality of life and complications in acute leukemia patients receiving chemotherapy. Int J Nurs Pract. 2021;27(2): e12915.

Jin X, et al. Effect of FOCUS-PDCA on self-care ability in rectal cancer patients with colostomy. J Clin Nurs. 2021;30(5–6):1–9.

กลุ่มงานพัฒนาคุณภาพ โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี.(2567). รายงานสถิติการให้ยาเคมีบำบัดและอุบัติการณ์ภาวะภูมิไวเกิน ปี พ.ศ. 2564–2567. สุราษฎร์ธานี: โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี.

Polit, D. F., Beck, C. T., & Owen, S. V.(2007). Is the CVI an acceptable indicator of content validity Appraisal and recommendations. Research in Nursing & Health, 30(4), 459-467. https://doi.org/10.1002/nur.20199. (2007).

ประทีป จันทรสิงห์.(2549). การมีส่วนร่วมของบุคลากรเพื่อสนับสนุนการเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ. ขอนแก่นเวชสาร, 30(3). 246-53. 2549.

Huang, Y., Huang, Y., Yi, L., Pan, W., & Chen, Y.(2023). A FOCUS‑PDCA quality improvement model for reducing the distribution defect rate of sterile packages. Scientific Reports, 13(1), 15016. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37700021/.

American College of Cardiology.(2013). Introduction to quality improvement and the FOCUS–PDSA model. American College of Cardiology; 2013. p.1-5.

เพ็ญจันทร์ แสนประสาน.(2549). เส้นทางสู่การพยาบาลยอดเยี่ยม. กรุงเทพฯ: สุขุมวิทการพิมพ์.

อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล.(2543). เครื่องมือพัฒนาคุณภาพ. (พิมพ์ครั้งที่2). ดีไซร์.

Qadir, H. R., & Chongtham, S.(2022). Brainstorming – An essential tool in nursing. International Journal of Scientific Research, 11(7), 1–4. https://www.researchgate.net/publication/382561182_BRAINSTORMING_-AN_ESSENTIAL_TOOL_IN_NURSING.

วิจิตรา นุชอยู่.(2019). งานจัดการความรู้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล [อินเทอร์เน็ต]. 2019 [เข้าถึงเมื่อ 26 ม.ค. 2026]. เข้าถึงได้จาก: https://www2.si.mahidol.ac.th/km/knowledgeassets/kmexperience/kmarticle/10008/.

สมจิตต์ สินธุชัย, กันยารัตน์ อุบลวรรณ.(2017). การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง: การนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน. วารสารพยาบาลทหารบก. 2017;18(1):29-38.

รัดดาวรรณ วิชาฤทธิ์.(2558). ผลการใช้รูปแบบการนิเทศทางการพยาบาลกลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี [การศึกษาค้นคว้าอิสระ]. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช; 2558. 123 หน้า.

Moreira I, Coelho M, Mota M, Pires R, Santos MR.(2025). Supervision programs implemented by nurses to caregivers in community: a scoping review protocol. Front Public Health. 2025 Mar 25; 13:1473912. doi: 0.3389/fpubh.2025.1473912. PMID: 40201370; PMCID: PMC11975554.

Proctor B.(2001). Training for the supervisionalliance attitude, skills and intentionin fundamental themes in clinicalsupervision. London: Routledge.

สำนักการพยาบาล, กองการพยาบาล, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.(2559). คู่มือการปฏิบัติงานกองการพยาบาล: คู่มือปฏิบัติงาน Version 1. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย.(2566). การจัดการยาที่ต้องระมัดระวังสูง (High-alert Medication Management). นครไทย: โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

เรืองชุม จ., อภิชาติบุตร ก., & วิชัยคำ อ. . (2026). การพัฒนาคุณภาพการดูแลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดในหอผู้ป่วยสามัญ โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(1), 482–491. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/292562