การพัฒนารูปแบบการบริหารการเงินการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลซำสูง อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
การเงินการคลัง, การบริหารจัดการ, โรงพยาบาลชุมชน, การมีส่วนร่วม, การพัฒนารูปแบบบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนารูปแบบการบริหารการเงินการคลังอย่างมีประสิทธิภาพของโรงพยาบาลซำสูง อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการงบประมาณและทรัพยากรทางการเงินให้เกิดความคุ้มค่าและยั่งยืน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารและคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวน 36 คน และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินการคลัง จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้น 48 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการวิจัยเชิงผสานวิธี โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาสถานการณ์การเงินการคลังของโรงพยาบาลซำสูงก่อนพัฒนารูปแบบ พบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลก่อนการพัฒนา ซึ่งอาจรวมถึงการจัดการงบประมาณที่ไม่ดีพอ, การบริหารต้นทุนที่สูงเกินไป, การพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียว, และความต้องการในการปรับปรุงกระบวนการบริหารการเงินการคลังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นผลการพัฒนารูปแบบประกอบด้วย ทั้งหมด 3 กิจกรรม ประกอบด้วย (1) A1 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ การจัดเก็บรายได้มีความถูกต้องและครบถ้วนมากขึ้น (2) A2 การประชุมเชิงปฏิบัติการวางแผนควบคุมรายได้ค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามแผน Planfin ผลลัพธ์ที่ได้ คือ โรงพยาบาลสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านเวชภัณฑ์ได้ ร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (3) A3 ประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมบุคลากรด้านพัสดุการเงินการคลัง ผลลัพธ์ที่ได้ คือ บุคลากรมีทักษะและความเข้าใจด้านพัสดุและการเงินเพิ่มขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานประจำได้ กิจกรรม A1–A3 สามารถสร้างความก้าวหน้าในหลายมิติ ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพรายได้ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการพัฒนารูปแบบการบริหารการเงินการคลังได้แก่ (1) การสนับสนุนจากผู้บริหารและคณะกรรมการ CFO (2) การมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ (3) ระบบข้อมูลทางการเงินที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ และ (4) การนิเทศติดตามอย่างสม่ำเสมอ ทำให้โรงพยาบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
พิทักษ์พล บุณยมาลิก, & ธิดาจิต มณีวัต. (2564). แนวโน้มการบริหารการเงินของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข: การศึกษาเชิงคุณภาพ. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 15(4), 477–489.
ปริญดา ทุนคำ, & จินตนา จันทร์ดี. (2565). การประเมินและข้อเสนอแนะการบริหารการเงินการคลังในโรงพยาบาลที่เคยประสบภาวะวิกฤตทางการเงินรุนแรง ระดับ 7 เขตสุขภาพที่ 1. สืบค้นจาก https://wwwnno.moph.go.th (เข้าถึงเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2565).
โรงพยาบาลซำสูง. (2567) รายงานวิกฤติทางการเงิน (Risk Scoring) ของโรงพยาบาลซำสูง ในปี งบประมาณ 2563 ถึง 2566. Health Financing Office (HFO, 2024; https://hfo.moph.go.th
Kemmis, S & McTaggart, R. (1988). The Action Research Planer (3rd ed.). Victoria : Deakin University.
Bloom, B. M. (1968). Learning for Mastery. Center for the Study of Evaluation of Instructional Programs, 1, 1-12.
Best J. W.(1981), Research in Education, 4th Edition , New Delhi, Prentice Hall Of India Pvt. Ltd.
บุปผา ยศศักดิ์ศรี. (2561). การจัดการการเงินเพื่อการบริหารที่มีประสิทธิภาพของโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 14(1), 15–27.
สุธาดา ศิริกิจจารักษ์. (2563). ประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาลในจังหวัดสุรินทร์. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ, 5(2), 17–34.
พนิตตา หงษาคำ. (2564). ประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังของโรงพยาบาลชุมชนจังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารโรงพยาบาลนครพนม, 8(3), 122–135.
ชญาภา อุปดิษฐ์, & อัญชลีพร วุฒิเป๊ก. (2566). การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ตามเกณฑ์ TPS. วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน, 1(2), 112–130.
สุพิชชา แสงโชติ. (2560). ระบบบริการสุขภาพกองทัพเรือ. กรมแพทย์ทหารเรือ.
ธนียา เหลี่ยมพงศาพุทธิ. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการเงินการคลังของโรงพยาบาล จังหวัดลำปาง. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 2(2), 55–70.

