ประสิทธิผลโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโรคปอดอักเสบในชุมชนของผู้สูงอายุอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
คำสำคัญ:
ความเชื่อด้านสุขภาพ, สูงอายุ, โรคปอดอักเสบบทคัดย่อ
การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโรคปอดอักเสบในชุมชนของผู้สูงอายุ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอักเสบที่มารับบริการแบบผู้ป่วยในในโรงพยาบาลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*power ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 56 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 28 คน กลุ่มควบคุม 28 คน เลือกโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง
เก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามความเชื่อด้านสุขภาพ แบบสอบถามการรับรู้สมรรถนะแห่งตน และแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโรคปอดอักเสบในชุมชน วิเคราะห์ข้อมูลความเชื่อด้านสุขภาพ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน พฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโดยใช้สถิติ Paired t – test และ Independence T – Test เนื่องจากผลการทดสอบการแจกแจงของข้อมูลด้วยสถิติ Shapiro–Wilk test พบว่าข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ (p > .05)
ผลการศึกษา พบว่า ความเชื่อด้านสุขภาพ การรับรู้สมรรถนะแห่งตน และพฤติกรรมการป้องกันการติดเชื้อโรคปอดอักเสบในชุมชนของผู้ป่วยสูงอายุโรคปอดอักเสบภายในกลุ่มทดลองและหลังก่อนทดลอง ดีกว่ากลุ่มควบคุมและก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
Niederman, M. S., & Torres, A. (2022). Severe community-acquired pneumonia. European Respiratory Review, 31(166), 220123. https://doi.org/10.1183/16000617.0123-2022
Weyand, C. M., & Goronzy, J. J. (2016). Immunosenescence and immune aging: mechanisms and clinical implications.
Barakat, A. M., & Kasemy, Z. A. (2020). Preventive health behaviors and health belief model constructs among older adults: Implications for infection prevention strategies. Journal of Public Health Research, 9(3), 1783. https://doi.org/10.4081/jphr.2020.17834. Becker, 1974) Becker, M. H. (1974). The health belief model and personal health behavior. In M. H. Becker (Ed.), The health belief model and personal health behavior. Slack.
Rosenstock, I. M. (1974). The health belief model and preventive health behavior. Health Education Monographs, 2(4), 354–386.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman.
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center) กระทรวงสาธารณสุขจังหวัด. ข้อมูลสถานะสุขภาพ/สาเหตุการป่วยตาย [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 22 ก.พ. 2568].
Suraseranivong R. การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในผู้สูงอายุ GMSMJ [อินเทอร์เน็ต]. 7 พฤษภาคม 2565 [สืบค้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2568];2(2):129-40. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/gmsmj/article/view/257677
Rujipas Sirijatuphat, Yupin Suputtamongkol, Nasikarn Angkasekwinai , Navin Horthongkham, Methee Chayakulkeeree, Pinyo Rattanaumpawan. Epidemiology, clinical characteristics, and treatment outcomes of patients with COVID-19 at Thailand’s university-based referral hospital. Sirijatuphat et al. BMC Infectious Diseases (2021) 21:382 https://doi.org/10.1186/s12879-021-06081-z
Zhang, X., Author, Y., & Author, Z. (2024). Title of the article. Journal Name, volume(issue), page–page. https://doi.org/xxxxx
Sakboonyarat, B., Poovieng, J., Jongcherdchootrakul, K., Srisawat, P., Hatthachote, P., Mungthin, M., & Rangsin, R. (2022). Prevalence of hypertriglyceridemia among Royal Thai Army personnel and its related cardiometabolic risk factors, from 2017 to 2021. BMC Public Health, 22(1), 1569. https://doi.org/10.1186/s12889-022-13992-2
ชาติชาย สุภีแดน, เยาวรัตน์ มัชฌิม, เบญญพร บรรณสาร.(2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับปฏิกิริยาตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกายในผู้สูงอายุที่ติดเชื้อปอดอักเสบที่มารับบริการที่แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในโรงพยาบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 14(3); 36-47
ประไพวรรณ ด่านประดิษฐ์ และพูนสุข ช่วยทอง. (2566) . ผลของโปรแกรมการประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพต่อการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ผู้สูงอายุเบาหวาน. วชิรสารการพยาบาล, 25(1), 26–38.
เพ็ญศรี หงส์พานิช. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด -19 ของประชาชนจังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย. วารสารวิชาการสถาบันการจัดการแห่งแปซิฟิค, 7(3), 174-185.
ศศิธร เซ่งยู่ฮวด. (2566). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วรารัตน์ เหล่าสูง. (2562). ผลของโปรแกรมการประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัวต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 12(4), 32-45.
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2017). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (10th ed.). Wolters Kluwer.
อรนุช ชูศรี, ปณวัตร สันประโคน, ศรีสุดา วงศ์วิเศษกุล. (2568). ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังในชุมชนเมือง กรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล. 2561;34(3):77-88.
พรรณี ยาท้วม. (2567). ผลของโปรแกรมแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพในการส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกัน การแพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วยวัณโรคปอด. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 2(2), 94–104. สืบค้น จาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/2867
อารีย์รัตน์ เปสูงเนิน สุนิสา ค้าขึ้น, & นฤมล เปรมาสวัสดิ์(2025). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรค ในผู้ที่เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 19(2), 600–616. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/273321
ชไมพร จั่นจุ้ย, วารี กังใจ, พรชัย จูลเมตต์. (2567). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ของผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารสุขภาพกับการจัดการสุขภาพ, 10(2); 196-207

