ผลของโปรแกรมการให้ความรู้สำหรับการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 โรงพยาบาลวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2, โปรแกรมการให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการใช้โปรแกรมการให้ความรู้สำหรับการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และเพื่อเปรียบเทียบความรู้ เจตคติ ระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนและหลังเข้าโปรแกรมการให้ความรู้สำหรับการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 งานการพยาบาลผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลวาริชภูมิ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีค่าน้ำตาลมากกว่า 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร มากกว่า 2 ครั้งใน 6 เดือน ที่ขึ้นทะเบียนที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลวาริชภูมิ จำนวน 40 ราย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ระยะเวลาดำเนินการ เดือน กันยายน 2568 – ธันวาคม 2568 โดยใช้โปรแกรมการให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคเบาหวาน แบบวัดการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และแบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างภายในกลุ่มด้วย Paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรมการให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน กลุ่มตัวอย่างมีคะแนน ความรู้เรื่องโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 2.93 คะแนน การรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน จากโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 6.78 คะแนน และพฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้น 6.13 คะแนน สูงกว่าก่อน เข้าร่วมโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) และมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global report on diabetes. Geneva: World Health Organization; 2016.
American Diabetes Association. Standards of medical care in diabetes—2023. Diabetes Care. 2023;46(Suppl 1):S1–S291.
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas. 10th ed. Brussels: International Diabetes Federation; 2021.
Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.
Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. Social learning theory and the Health Belief Model. Health Educ Q. 1988;15(2):175–183.
Orem DE. Nursing: Concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby; 2001.
Norris SL, Engelgau MM, Narayan KMV. Effectiveness of self-management training in type 2 diabetes. Diabetes Care. 2001;24(3):561–587.
Chrvala CA, Sherr D, Lipman RD. Diabetes self-management education for adults with type 2 diabetes mellitus. Patient Educ Couns. 2016;99(6):926–943.
พิชญาภา ชัยวงศ์, สมจิต หนุเจริญกุล. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2560;35(3):45–56.
สุพัตรา แก้วคำ, จิราภรณ์ สุขประเสริฐ. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสาธารณสุขชุมชน. 2562;15(2):78–89.
วิไลลักษณ์ ศรีสวัสดิ์, กนกพร สุขเกษม. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน. วารสารวิจัยทางการพยาบาล. 2561;23(1):12–24.
สุรีพร จันทร์ดี, นงนุช ศรีทอง. การพัฒนารูปแบบการให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2563;14(1):33–46.
Knowler WC, Barrett-Connor E, Fowler SE, Hamman RF, Lachin JM, Walker EA, et al. Reduction in the incidence of type 2 diabetes with lifestyle intervention. N Engl J Med. 2002;346(6):393–403.
Powers MA, Bardsley J, Cypress M, Duker P, Funnell MM, Fischl AH, et al. Diabetes self-management education and support in type 2 diabetes. Diabetes Educ. 2017;43(1):40–53.
Funnell MM, Anderson RM. Empowerment and self-management of diabetes. Clin Diabetes. 2004;22(3):123–127.

