รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการเฝ้าระวังควบคุมป้องกัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน จังหวัดนครสวรรค์
คำสำคัญ:
สมรรถนะ, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, การเฝ้าระวัง, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, ชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในชุมชน จังหวัดนครสวรรค์ และ 2) ศึกษาผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ดำเนินการวิจัย 2 ระยะ ได้แก่ ระยะพัฒนารูปแบบ และระยะประเมินผล กลุ่มตัวอย่างคือ อสม. จำนวน 72 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย รูปแบบ SMART–V CARE Model แบบวัดความรู้ แบบประเมินสมรรถนะ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และ paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบ SMART–V CARE Model ประกอบด้วยการพัฒนาสมรรถนะ 5 ด้าน ได้แก่ การคัดกรอง ความรู้ทางการแพทย์ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ การสื่อสารผ่านเทคโนโลยี และการติดตามเยี่ยม ร่วมกับกลยุทธ์เชิงรุก V CARE หลังการใช้รูปแบบ คะแนนความรู้ของ อสม. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) และสมรรถนะเพิ่มขึ้นทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) โดยคะแนนเฉลี่ยรวมเพิ่มจาก 72.4 เป็น 97.7 นอกจากนี้ ผลลัพธ์การดำเนินงานด้านการเฝ้าระวังควบคุมโรคผ่านเกณฑ์ทุกตัวชี้วัด ได้แก่ ความครอบคลุมการคัดกรองร้อยละ 91.8 การส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพร้อยละ 84.9 และการติดตามเยี่ยมต่อเนื่องร้อยละ 89.8
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมโรค สำนักโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2567. อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. คู่มือแนวทางการจัดบริการสถานีสุขภาพดิจิทัล (Digital health station) ในชุมชน. สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2565.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์. สรุปผลการดำเนินงานโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ปี 2565-2567. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์; 2567.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ. สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2567.
เตือนใจ ปาประโคน. ความสัมพันธ์ระหว่างแรงสนับสนุนทางสังคมกับบทบาทของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต); 2556.
วิจิตร ศรีสุวรรณ, สมพร ใจดี. ผลของโปรแกรมอบรมเชิงปฏิบัติการต่อความรู้และสมรรถนะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. วารสารสาธารณสุขชุมชน. 2564;17(2):45–56.
สุภาวดี พงษ์ศรี, อนันต์ บุญเกิด. การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2563;29(3):389–401.
Kolb DA. Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1984.
Glanz K, Rimer BK, Viswanath K, editors. Health behavior: Theory, research, and practice. 5th ed. San Francisco: Jossey-Bass; 2015.
นฤมล แก้วคำ, ประเสริฐ ทองสุข. ผลของการใช้แอปพลิเคชันไลน์ในการติดตามดูแลสุขภาพในชุมชน. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 2565;36(1):78–90.
Lehmann U, Sanders D. Community health workers: What do we know about them? Geneva: WHO; 2007.
Olaniran A, Smith H, Unkels R, Bar-Zeev S, van den Broek N. Who is a community health worker? – a systematic review of definitions. Glob Health Action. 2017;10(1):1272223.
Rowe AK, Rowe SY, Peters DH, Holloway KA, Ross-Degnan D. The effectiveness of strategies to improve health care provider performance in low- and middle-income countries: a systematic review. Lancet Glob Health. 2018;6(11):e1163–75.
Perry HB, Zulliger R, Rogers MM. Community health workers in low-, middle-, and high-income countries: an overview. Annu Rev Public Health. 2014;35:399–421.
Olaniran A, Smith H, Unkels R, Bar-Zeev S, van den Broek N. Who is a community health worker? – a systematic review of definitions. Glob Health Action. 2017;10(1):1272223.

