ประสิทธิผลของการอบรมเชิงปฏิสัมพันธ์ต่อความรู้เรื่องการคัดกรองมะเร็งลำใส้ใหญ่และลำไส้ตรงโดยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

ผู้แต่ง

  • อดุลกฤษณ์ นาต๊ะ นายแพทย์ กลุ่มงานการแพทย์ โรงพยาบาลแม่ระมาด

คำสำคัญ:

การอบรมเชิงปฏิสัมพันธ์, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง, การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT), ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการอบรมเชิงปฏิสัมพันธ์ในการเพิ่มพูนความรู้และทักษะเกี่ยวกับการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงด้วยวิธี FIT test ในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง  กลุ่มตัวอย่างคือ อสม. ตำบลแม่ระมาด จังหวัดตาก จำนวน 40 คน  สุ่มแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มทดลองที่ได้รับการอบรมเชิงปฏิสัมพันธ์  และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการอบรมแบบบรรยาย  กลุ่มละ 20 คน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมการอบรม  แบบทดสอบความรู้ก่อนและหลังการอบรม  และแบบประเมินทักษะในการคัดกรอง  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานเพื่อเปรียบเทียบคะแนนความรู้ภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม

     ผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง 40 คน  ภายหลังการอบรมพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (17.40 ± 1.10 และ 14.25 ± 0.79 ตามลำดับ; p < 0.001)  สำหรับด้านทักษะการคัดกรองเมื่อพิจารณาคะแนนรวมพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)  เมื่อพิจารณาแยกรายหัวข้อพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในประเด็นการอธิบายวิธีการขับถ่ายเพื่อเตรียมตรวจด้วย FIT test การอธิบายและสาธิตการเก็บอุจจาระใส่ภาชนะเก็บตัวอย่าง  และการเก็บตัวอย่างใส่ชุดน้ำยาทดสอบ (p < 0.05)  อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างสองกลุ่มในด้านคะแนนความพึงพอใจภายหลังการทดลอง (p = 0.078)

เอกสารอ้างอิง

Roshandel G, Ghasemi-Kebria F, Malekzadeh R. Colorectal cancer: epidemiology, risk factors, and prevention. Cancers (Basel). 2024;16(8).

Arnold M, Sierra MS, Laversanne M, Soerjomataram I, Jemal A, Bray F. Global patterns and trends in colorectal cancer incidence and mortality. Gut. 2017;66(4):683–691.

Lohsiriwat V, Chaisomboon N, Pattana-Arun J. Current colorectal cancer in Thailand. Ann Coloproctol. 2020;36(2):78–82.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2563 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สถาบันมะเร็งแห่งชาติ; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 24 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nci.go.th/e_book/hos_cancer_registry2020/index.html

Kittrongsin K, Chaikledkaew U. Economic evaluation of colorectal cancer screening: a systematic review. Mahidol Univ J Pharm Sci. 2014;14(2):31–38.

Virani S, Bilheem S, Chansaard W, Chitapanarux I, Daoprasert K, Khuanchana S, et al. National and subnational population-based incidence of cancer in Thailand assessing cancers with the highest burdens. Cancers (Basel). 2017;9(8):108.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. คู่มือการดำเนินงานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ปีงบประมาณ 2564 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 24 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://osm.hss.moph.go.th/uploads/OIT/O10_3.pdf

ภานุพงศ์ สารรัตน์, ภัทร์พร สุทธิกุล. บทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค: กรณีศึกษาชุมชนบ้านหัวเวียง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 24 เม.ย. 2568];11(2):210–225. เข้าถึงได้จาก: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoskru/article/download/267642/178849

กองส่งเสริมระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ. แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2564–2565 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 24 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://phcn.hss.moph.go.th/fileupload_doc/2021-02-26-7-21-3590506.pdf

Sararak M. Empowerment of village health volunteers (VHV). J Ubon Ratchathani Univ. 2010;12(2):39–48.

อำพิกา คันทาใจ, เดชา ทำดี, ศิวพร อึ้งวัฒนา. ผลของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ต่อความรู้ การปฏิบัติการคัดกรอง และการให้คำแนะนำในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2564;31(1):22–34.

Yardley S, Teunissen PW, Dornan T. Experiential learning: transforming theory into practice. Med Teach. 2012;34(2):161–164. doi:10.3109/0142159X.2012.643264

Freeman S, Eddy SL, McDonough M, Smith MK, Okoroafor N, Jordt H, et al. Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proc Natl Acad Sci U S A. 2014;111(23):8410–8415. doi:10.1073/pnas.1319030111

Knowles MS, Holton EF, Swanson RA. The adult learner: the definitive classic in adult education and human resource development. 8th ed. New York: Routledge; 2015.

Yilmaz D, Ozturk H, Bilik O. The effect of interactive training on nurses’ knowledge, practice and confidence in breast cancer early detection. Eur J Oncol Nurs. 2020;47:101758. doi:10.1016/j.ejon.2020.101758

Othman NH, Rebolj M, Rejali Z, et al. Can self-sampling or interactive education increase cervical cancer screening uptake among Malaysian women? Asian Pac J Cancer Prev. 2012;13(3):695–699. doi:10.7314/APJCP.2012.13.3.695

Bernard R. Fundamentals of biostatistics. 5th ed. Belmont (CA): Duxbury; 2000. p.384–385.

Bloom BS. Taxonomy of educational objectives. New York: David McKay Company; 1975.

Kolb DA. Experiential learning: experience as the source of learning and development. New Jersey: Prentice-Hall; 1984. p.41.

Dorri S, Farahani MA, Maserat E, Haghani H. Effect of role-playing on learning outcome of nursing students based on the Kirkpatrick evaluation model. J Educ Health Promot. 2019;8:1–7.

Yu M, Kang K. Effectiveness of a role play simulation program involving the SBAR technique: a quasi-experimental study. Nurse Educ Today. 2017;53:41–47. doi:10.1016/j.nedt.2017.04.002

สุชาดา สวนนุ่ม, วิภาพร สิทธิสาตร์, ธิติรัตน์ ราศิริ. ผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการคัดกรองโรคเบาหวาน. J Boromarajonani Coll Nurs Suphanburi. 2567;7(1):51–67.

นิดา มีทิพย์, เดชา ทำดี, ประพิมพ์ พุทธิรักษ์กุล. ผลของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ต่อความรู้และการปฏิบัติการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. พยาบาลสาร. 2559;43(5):104–115.

จันทร์จิรา อินจีน, วิภาพร สิทธิสาตร์, จันทิมา นวะมะวัฒน์, ปริญดา ศรีธราพิพัฒน์. การพัฒนาสมรรถนะการคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน: การสังเคราะห์งานวิจัยอย่างเป็นระบบ. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 2562;12(5):2100–2115.

Chyung SY, Hutchinson D, Shamsy JA. Evidence-based survey design: ceiling effects associated with response scales. Perform Improv. 2020;59(6):6–13. doi:10.1002/pfi.21920

Rosenstock IM. Historical origins of the health belief model. Health Educ Monogr. 1974;2(4):328–335.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

นาต๊ะ อ. . (2026). ประสิทธิผลของการอบรมเชิงปฏิสัมพันธ์ต่อความรู้เรื่องการคัดกรองมะเร็งลำใส้ใหญ่และลำไส้ตรงโดยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(2), 117–128. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/294557