การพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัดกระบี่

ผู้แต่ง

  • พิพัฒน์ พุทธโร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่

คำสำคัญ:

โรคหัวใจและหลอดเลือด, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, โปรแกรมเสริมสมรรถนะ, การวิจัยและพัฒนา

บทคัดย่อ

     การวิจัย เรื่อง การพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัดกระบี่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และความต้องการจำเป็นของ อสม. ในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เพื่อพัฒนาโปรแกรม KRABI CVD–VHV Competency Enhancement Program และเพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมต่อความรู้ ทักษะ ความมั่นใจ สมรรถนะโดยรวม และการปฏิบัติงานของ อสม. เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง ดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 36 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบประเมินสมรรถนะ แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะ ความมั่นใจ สมรรถนะโดยรวม การปฏิบัติงาน และแนวคำถามเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง สถิติ paired t-test และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

     ผลการวิจัย พบว่า อสม. มีความต้องการจำเป็นสูงสุดด้านการประสานส่งต่อ ทักษะการคัดกรองความเสี่ยง และความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ตามลำดับ (PNI_modified = 0.794, 0.647 และ 0.591) โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเรียกว่า “KRABI CVD–VHV Competency Enhancement Program” ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ การเสริมความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด (Knowledge enhancement) การคัดกรองความเสี่ยงและความพร้อมในการประสานส่งต่อ (Risk screening and referral readiness) การฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงและสถานการณ์จำลอง (Action-based practice) การเสริมสร้างความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วย (Building confidence) และระบบสนับสนุนการปฏิบัติงานและการปรับปรุงต่อเนื่องแบบบูรณาการ (Integrated support and continuous improvement) หลังเข้าร่วมโปรแกรม อสม. มีคะแนนความรู้ ทักษะ ความมั่นใจ สมรรถนะโดยรวม และการปฏิบัติงานสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกด้าน (p < 0.001)

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization.(2025). Cardiovascular diseases (CVDs) [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2025 [cited 2026 Jun 17].

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.(2567). แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย พ.ศ. 2566–2570. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2567.

World Health Organization.(2020). HEARTS: technical package for cardiovascular disease management in primary health care: risk-based CVD management. Geneva: World Health Organization; 2020.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือ อสม. “สมาร์ท อสม. และ อสม. หมอประจำบ้าน” ปีงบประมาณ 2565. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ; 2565.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.(2565). คู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ หลักสูตรฝึกอบรม สมาร์ท อสม. และ อสม. หมอประจำบ้าน ปีงบประมาณ 2565. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ; 2565.

World Health Organization.(2018). WHO guideline on health policy and system support to optimize community health worker programmes. Geneva: World Health Organization; 2018.

Perry HB, Zulliger R, Rogers MM.(2014). Community health workers in low-, middle-, and high-income countries: an overview of their history, recent evolution, and current effectiveness. Annu Rev Public Health. 2014;35:399-421.

แสนประสาน พ, วัตราดุลย์ ด, พัวไพโรจน์ ว, แจ่มสมบูรณ์ ก, เตชางกูร ล, อยู่ยืน ย.(2558). ผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและกลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด. Thai J Cardio-Thorac Nurs. 2558;26(1):119-32.

ภู่ทัศนะ ฐ.(2567). ผลของการพัฒนาทักษะการประเมินอาการโรคหลอดเลือดสมองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อการเข้าถึงระบบบริการ Stroke fast track ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(1):690-8.

Bandura A. (1977). Self-efficacy: toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191-215.

Kolb DA. Experiential learning: experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs: Prentice Hall; 1984.

Yamane T.(1967). Statistics: an introductory analysis. 2nd ed. New York: Harper & Row; 1967.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A.(2007). G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-91.

Kuder GF, Richardson MW.(1937). The theory of the estimation of test reliability. Psychometrika. 1937;2(3):151-60.

Cronbach LJ.(1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika. 1951;16(3):297-334.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2562.

Cohen J.(1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale: Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

พุทธโร พ. . (2026). การพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด จังหวัดกระบี่. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(2), 1177–1189. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/297096