การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง จังหวัดพัทลุง
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง, การป้องกันโรคความดันโลหิตสูง, การวิจัยและพัฒนาบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยและพัฒนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และสภาวะสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดพัทลุงและพัฒนารูปแบบการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง จังหวัดพัทลุง มีระยะเวลาในการศึกษา ระหว่าง เดือน ตุลาคม 2568 เดือนพฤษภาคม 2569 รวม 8 เดือน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในจังหวัดพัทลุง จำนวน 400 ราย จากพื้นที่ 11 อำเภอ คัดเลือกโดยคำนึงถึงสัดส่วนกลุ่มเสี่ยง ขนาดประชากรในแต่ละอำเภอ และการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามเกณฑ์คัดเข้า เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามและแบบบันทึกสภาวะสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา สถิติพรรณนา และสถิติอนุมาน
ผลการศึกษา พบว่า หลังดำเนินงาน กลุ่มเสี่ยงมีคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มจากร้อยละ 70.13 เป็นร้อยละ 81.58 การรับรู้/แรงสนับสนุน/สมรรถนะแห่งตนเพิ่มจากร้อยละ 62.31 เป็นร้อยละ 73.14 และคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันโรคเพิ่มจากร้อยละ 63.98 เป็นร้อยละ 72.50 มีผลต่างเฉลี่ย 8.52 คะแนน โดยทุกตัวแปรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านสภาวะสุขภาพหลังการขยายผล พบว่าค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวลดจาก 127.40 เป็น 123.41 มิลลิเมตรปรอท มีผลต่างเฉลี่ย -3.99 มิลลิเมตรปรอท ค่าความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวลดจาก 80.98 เป็น 78.33 มิลลิเมตรปรอท มีผลต่างเฉลี่ย -2.65 มิลลิเมตรปรอท ดัชนีมวลกายลดจาก 25.84 เป็น 25.26 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มีผลต่างเฉลี่ย -0.57 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และเส้นรอบเอวลดจาก 91.08 เป็น 90.20 เซนติเมตร มีผลต่างเฉลี่ย -0.88 เซนติเมตร โดยทุกตัวแปรลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. (2023). Global report on hypertension: The race against a silent killer. World Health Organization.
World Health Organization. (2025). Hypertension. World Health Organization.
กรมควบคุมโรค. (2566). แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย พ.ศ. 2566–2570. กระทรวงสาธารณสุข.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2562). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย.
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2567). แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย พ.ศ. 2566–2570.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง. (2568). ข้อมูลการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและข้อมูลติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จังหวัดพัทลุง ปีงบประมาณ 2568 [เอกสารไม่ตีพิมพ์].
Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267. https://doi.org/10.1093/heapro/15.3.259
Thitawattananon, C. (2010). Improving the community participation in health promotion by Appreciation Influence Control process. Mahasarakham Nursing Research Journal, 4(1), 1–12.
Sørensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J. M., Slonska, Z., & Brand, H. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12, Article 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80
Charchar, F. J., Prestes, P. R., Mills, C., Ching, S. M., Neupane, D., Marques, F. Z.,
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (ม.ป.ป.). กลยุทธ์การสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ.กระทรวงสาธารณสุข.

