ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • กุศลิน กัณหา อาจารย์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
  • อักษรา นินนานนท์ อาจารย์, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา Corresponding author

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้า, ความเข้มแข็งทางใจ, ปัจจัยด้านจิตสังคม, การสนับสนุนทางสังคม, นักศึกษาพยาบาล

บทคัดย่อ

     การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้า ความสัมพันธ์ และปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 1–4 ปีการศึกษา 2569 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จำนวน 219 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือวิจัยคือ แบบสอบถามปัจจัยด้านจิตสังคม ความเข้มแข็งทางใจ การสนับสนุนทางสังคม และพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้า มีค่าความเชื่อมั่นรวมเท่ากับ 0.93 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ

     ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (Mean=3.13, S.D.=0.43) โดยด้านการรับรู้และปรับตัวต่อเหตุการณ์ชีวิตมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ขณะที่ด้านการแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ผลการเปรียบเทียบพบว่า นักศึกษาที่มีระดับชั้นปี เงินสนับสนุน สัมพันธภาพในครอบครัว และประสบการณ์เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าต่างกัน มีพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) นอกจากนี้ ปัจจัยด้านจิตสังคม ความเข้มแข็งทางใจ และการสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยทั้ง 3 ด้าน ร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) ซึ่งความเข้มแข็งทางใจมีอำนาจการพยากรณ์สูงที่สุด รองลงมาคือปัจจัยด้านจิตสังคม และการสนับสนุนทางสังคม ตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization.(2026). Mental health [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2026 Jul 8]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mental-health-strengthening-our-response

กรมสุขภาพจิต.(2568). รายงานสถานการณ์เชิงสถิติผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ 2568. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2568.

อัญชลี รุจิรานันท์, วรวิทย์ เกื้อกูล, ศิริพร ประชารักษ์.(2569). การสำรวจสภาวะสุขภาพจิต ดัชนีพฤติกรรมสุขภาพ และความสอดคล้องของระบบสนับสนุนและสิ่งแวดล้อมในสถาบันอุดมศึกษายุคปัจจุบัน. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2569;34(1):45-58.

Labrague LJ, De los Santos JAA.(2022). Academic workload, clinical practice stress, and mental health outcomes among nursing students: A cross-sectional study. Int J Nurs Stud. 2022;129:104214.

Ratanasiripong P, Park JH, Ratanasiripong N.(2021). Mental health status, stigma, and help-seeking behaviors among nursing students in Asia. Asian J Nurs. 2021;14(3):215-27.

ชุติมา ประสิทธิเวช, นภาพร วัฒนากุล, วิชัย บุญรัตน์.(2564). ความเครียด อาการซึมเศร้า และปัจจัยจิตสังคมที่เกี่ยวข้องในนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 1. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2564;44(2):89-102.

พรทิพย์ สุขขี, วรรณภา ศรีไทย, สมชาย ใจดี.(2565). ปัจจัยจิตสังคมและสิ่งแวดล้อมทางคลินิกที่มีความสัมพันธ์กับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาพยาบาลในการฝึกปฏิบัติงานคลินิกครั้งแรก. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต. 2565;36(1):32-47.

Cuijpers P, Pineda BS, Quero S, Karyotaki E, Struijs SY, Figueroa CA, et al.(2020). Psychological interventions to prevent the onset of depressive disorders: A meta-analysis of randomized controlled trials. Clin Psychol Rev. 2020;81:101896.

Beck AT, Dozois DJ.(2011). Cognitive therapy: current status and future directions. Annu Rev Med. 2011;62:397-409. doi: 10.1146/annurev-med-052209-100032. PMID: 20690827.

กรมสุขภาพจิต.(2564). คู่มือการประเมินและสร้างเสริมพลังสุขภาพจิต (Resilience Quotient: RQ). นนทบุรี: กองส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2564.

Connor KM, Davidson JR.(2020). Development of a new resilience scale: The Connor-Davidson Resilience Scale (CD-RISC). Depress Anxiety. 2020;37(4):324-35.

Eisenberg D, Lipson SK, Heinze JE.(2020). Social support, mental health stigma, and utilization of mental health services among college students. J Am Coll Health. 2020;68(5):482-91

กนกวรรณ ธนารักษ์, ศิริพร วงศ์ใหญ่, นงลักษณ์ มีทองแสน.(2566). ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมความเข้มแข็งทางใจต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพจิตและความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าในนักศึกษาพยาบาล. วารสารสภาการพยาบาล. 2566;38(3):78-92.

นงนุช เชาวน์ศิลป์.(2567). ความรู้เท่าทันสุขภาพจิต ทัศนคติต่อการขอความช่วยเหลือ และสภาวะตราบาปในตนเองของนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ. วารสารจิตวิทยาคลินิก. 2567;55(1):33-47.

Ahmed A, Al-Anzi N, El-Mitwally L.(2023). Mental health literacy and its relationship with depression prevention behaviors among health science students. Int J Ment Health Nurs. 2023;32(2):501-12.

Taylor R, Brown M.(2026). A two-year longitudinal investigation of depression, academic stress, and social support among undergraduate nursing students. J Adv Nurs. 2026;82(4):889-902.

ศศิธร ชูเกียรติ, สุนิสา ชายเกลี้ยง.(2568). การประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพเพื่อทำนายพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าในคนรุ่นใหม่. วารสารสาธารณสุขศาสตร์. 2568;55(2):201-14.

Kim S, Lee J.(2023). Predictors of mental health promotion and depression prevention behaviors among nursing students: A health belief model approach. Nurse Educ Today. 2023;121:105-13.

Müller A, Schmidt M.(2025). Institutional infrastructure and institutional policy as external drivers for depression prevention behaviors among European university students. Higher Educ Res. 2025;40(3):412-26.

ปรียานุช ผิวสอาด, ศิริลักษณ์ ศุภปีติพร.(2567). อิทธิพลส่งผ่านของความเข้มแข็งทางใจระหว่างการสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าในนักศึกษาพยาบาล: การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2567;69(2):157-70.

Nguyen TH, Tran KV.(2024). Emotional support from family and peers as a buffer against academic stress and depression in health science students. Asian J Nurs Stud. 2024;13(2):145-56.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

กัณหา ก., & นินนานนท์ อ. (2026). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการป้องกันภาวะซึมเศร้าของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 224–235. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/298469