ลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยบาดแผลไหม้รุนแรงที่เข้ารับการรักษาใน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

ผู้แต่ง

  • สิทธิวัฒน อินทรขาว หน่วยศัลยกรรมตกแต่ง แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

คำสำคัญ:

อัตราการเสียชีวิต, ชนิดของแผลไหม้, แผลไหม้ระดับลึก, TBSA>20%

บทคัดย่อ

      การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยบาดแผลไหม้รุนแรงในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า การศึกษาแบบย้อนหลัง (retrospective study) ในผู้ป่วยบาดแผลไหม้รุนแรงที่เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2567 ข้อมูลถูกรวบรวมจากเวชระเบียนผู้ป่วยโดยใช้แบบบันทึกข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเสียชีวิตใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบสถิติ Fisher’s exact test และ independent t-test ส่วนตัวแปรแบบเดี่ยวใช้ Chi-square หรือ t-test

      ผลการศึกษา: ในกลุ่มตัวอย่าง มีผู้ป่วย 81 คน ที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้รุนแรง และมีผู้ป่วย 3 คน (3.7%) ที่ตาย การตายพบในการบาดเจ็บจากไฟฟ้า 2 คน (16.7%) และจากสารเคมี 1 คน (33.3%) ซึ่งสาเหตุของแผลไหม้พบเป็นปัจจัยเกี่ยวข้องกับการตายอย่างมีนัยสำคัญ (p=0.013) และผู้ป่วยทั้ง 3 คนพบเป็น third degree burn ซึ่งความลึกของแผลไหม้ที่เป็น third degree burn ก็เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องกับการตายแบบมีนัยสำคัญ(p=0.018) ผู้ป่วยที่ตายส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-70 ปี (เฉลี่ย 46 ปี) และมีแนวโน้มที่จะตายมากขึ้นในช่วงอายุ 60-80 ปี ผู้ป่วยที่ตายทั้ง 3 คน (13.6%) พบมีพื้นที่ผิวไหม้เฉลี่ยที่ >20%TBSA และมีความสัมพันธ์กับการตายอย่างมีนัยสำคัญ (p = 0.019) ระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาลในกลุ่มที่ตายเฉลี่ย 15-19 วัน

เอกสารอ้างอิง

Yen, Cheng-I., et al. "Determination of risk factors for burn mortality based on a regional population study in Taiwan." Burns 44.6 (2018): 1591-1601.

Muller, M. J., S. P. Pegg, and M. R. Rule. "Determinants of death following burn injury." British journal of surgery 88.4 (2001): 583-587.

www.who.int/healthinfo/survey/ageingdefnolder/en/

Santos, D. Costa, et al. "The effect of comorbidities and complications on the mortality of burned patients." Annals of burns and fire disasters 30.2 (2017): 103.

Steven E. Wolf, Leopoldo C. Cancico, Basil A. Pruitt. Epidemiological, demographic and outcome characteristics of burns. In: David N. Herndon, editor. Total burn care. 5 ed. Edinburgh: Elsevier; 2018. p.14-27.

Santaniello JM, Luchette FA, Esposito TJ, Gunawan H, Reed RL, Davis KA, et al. Ten Year Experience of Burn, Trauma, and Combined Burn/Trauma Injuries Comparing Outcomes. J Trauma. 2004;57(4):696-701.

นพ.วรวรรธน์ แก้ววิเชียร พบ.,วว.ศัลยศาสตร์, วว.ศัลยศาสตร์ตกแต่ง. ลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยบาดแผลไหม้รุนแรงที่เข้ารับการรักษาในหน่วยบาดแผลไหม้ (Burn Unit) โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช. ,2025.

http://censos.ine.pt/

Wearn C. ผลลัพธ์ของการบาดเจ็บจากไฟไหม้ในผู้สูงอายุ: การประเมินที่แก้ไขใหม่จากศูนย์รักษาผู้ป่วยไฟไหม้เบอร์มิงแฮม Burns. 2015;41(6):1161–1168. doi: 10.1016/j.burns.2015.04.008.

Pereira CT. ความแตกต่างของการรอดชีวิตหลังแผลไฟไหม้รุนแรงที่ขึ้นอยู่กับอายุ: การทบทวนจากศูนย์เดียวของผู้ป่วย 1,674 รายและการชันสูตรศพ 179 รายในช่วง 15 ปี J Am Coll Surg. 2006;202(3):536–548. doi: 10.1016/j.jamcollsurg.2005.11.002.

Peck MD. Epidemiology of burns throughout the world. Part I: Distribution and risk factors. Burns. 2011;37:1087–1100. doi: 10.1016/j.burns.2011.06.005.

Albornoz CR. แผลไหม้มีความรุนแรงมากขึ้นในผู้สูงอายุ: สัดส่วนของพื้นที่แผลไหม้ลึก/พื้นที่แผลไหม้ทั้งหมดอาจมีบทบาทต่ออัตราการเสียชีวิต Burns. 2011;37(6):1058–1061. doi: 10.1016/j.burns.2011.03.006.

Grimble RF. การตอบสนองต่อการอักเสบในผู้สูงอายุ Curr Opin Clin Nutr Metab Care. 2003;6(1):21–29. doi: 10.1097/00075197-200301000-00005.

Gerstein AD, Phillips TJ, Rogers GS, Gilchrest BA. การสมานแผลและความชรา. Dermatol Clin. 1993;11(4):749–757.

Lundgren RS. อิทธิพลของโรคร่วมและอายุต่อผลลัพธ์หลังการบาดเจ็บจากไฟไหม้ในผู้สูงอายุ J Burn Care Res. 2009;30(2):307–314. doi: 10.1097/BCR.0b013e318198a416.

Pham TN. ระบาดวิทยาและผลลัพธ์ของผู้สูงอายุที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้: การวิเคราะห์จากคลังข้อมูลผู้ป่วยไฟไหม้แห่งชาติ J Burn Care Res. 2009;30(1):30–36.

Rani M, Schwacha MG. การแก่ชราและการตอบสนองทางพยาธิวิทยาต่อแผลไหม้ Aging Dis. 2012;3(2):171–180.

Pham TN. ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดบวมในผู้สูงอายุที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ J Burn Care Res. 2010;31:105–110.

Pham TN. ระบาดวิทยาและผลลัพธ์ของผู้สูงอายุที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้: การวิเคราะห์จากคลังข้อมูลผู้ป่วยไฟไหม้แห่งชาติ J Burn Care Res. 2009;30:30–36.

Richards WT. การทำนายการใช้ทรัพยากรของผู้ป่วยสูงอายุที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ในยุคเบบี้บูมเมอร์ Am J Surg. 2013;205:29–34. doi: 10.1016/j.amjsurg.2012.05.002.

Charles D. Voigt, Mario Celis, and David W.Voigt. Care of Outpatient Burns. In: David N. Herndon, editor. Total burn care. 5 ed. Edinburgh: Elsevier; 2018. p.50-57.

Micheal Peck, Henry Falk, David Meddings, David Sugerman, Sumi Mehta, and Michael Sage. The Design and Evaluation of a System for Improved Surveillance and Prevention Programmes in Resource-limited Setting Using a Hospital-based Burn Injury Questionnaire. Inj Prev. 2016;22:i56-i62.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

อินทรขาว ส. (2026). ลักษณะทางคลินิกและปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยบาดแผลไหม้รุนแรงที่เข้ารับการรักษาใน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 251–259. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/299710