ผลลัพธ์ของโครงการป้องกันผู้ป่วยที่มีกระดูกหักซ้ำภายหลังกระดูกข้อสะโพกหัก (Phanat FLS) โรงพยาบาลพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

ผู้แต่ง

  • พีรพัฒน์ วัฒนานนท์ ว.ว.สาขาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพนัสนิคม

คำสำคัญ:

กระดูกข้อสะโพกหัก, โรคกระดูกพรุน, กระดูกหักซ้ำ, โครงการรู้ทันกันหักซ้ำ

บทคัดย่อ

      การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบย้อนหลังมีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลกระทบของบริการ Phanat Fracture Liaison Service (FLS) ในการลดอัตราการเกิดกระดูกหักซ้ำ และปรับปรุงผลลัพธ์ทางสุขภาพโดยรวมในผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก ผู้ป่วยทั้งหมด 248 ราย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ากระดูกสะโพกหัก และได้รับการดูแลผ่านโปรแกรม Phanat FLS ถูกนำมารวมในงานวิจัยนี้ ผลลัพธ์ทางคลินิกที่รวบรวมจากบันทึกทางการแพทย์ ประกอบด้วย การเกิดกระดูกหักซ้ำ อัตราการเสียชีวิต สถานะการเดิน และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันสุขภาพ เช่น การตรวจตา และการตรวจฟัน การตรวจระดับวิตามินดี การประเมินความหนาแน่นของมวลกระดูก และการรับประทานยารักษาโรคกระดูกพรุน ข้อมูลได้รับการวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และรายงานผลในรูปแบบความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และช่วง

      ผลการศึกษา พบว่า มีผู้ป่วยเพียง 4 ราย (1.6%) ที่เกิดกระดูกหักซ้ำ โดยพบการหักที่ข้อมือ แขน ต้นขา และสะโพกข้างตรงข้าม อัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วย คือ 13.7% สำหรับสถานการณ์เดิน พบว่า 19.8% ของผู้ป่วยสามารถเดินได้ด้วยตนเองหลังการรักษา ขณะที่ 42.8% สามารถเดินได้โดยใช้เครื่องช่วยเดิน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากการเข้าร่วมโปรแกรม FLS อัตราการปฏิบัติตามมาตรการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน ได้แก่ การตรวจตา 34.3% การตรวจฟัน 33.9% การตรวจระดับวิตามินดี 88.3% และการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก 27.4% นอกจากนี้ 22.2% ของผู้ป่วยได้รับการจ่ายยา และปฏิบัติตามการรักษาด้วยยารักษาโรคกระดูกพรุน

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2562). โครงสร้างประชากรไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบใน พ.ศ. 2564. Retired from http://www.dop.go.th/th

จุฑาทิพ อาธีรพรรณ, อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ, ชิตวีร์ เจียมตน. ต้นทุน-ประสิทธิผลของโครงการรู้ทัน..กันหักซ้ำในผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักโรงพยาบาลเลิดสิน.วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข 15(3): 326-343,

Åkesson K, Marsh D, Mitchell PJ, McLellan AR, Stenmark J, Pierroz DD, et al. (2013). Capture the fracture: a best practice framework and global campaign to break the fragility fracture cycle. Osteoporos Int 2013;24:2135-52.

Ganda K, Puech M, Chen JS, Speerin R, Bleasel J, Center JR, et al. (2012). Models of care for the secondary prevention of osteoporotic fractures: a systematic review and meta-analysis. Osteoporosis Int 2012;24:393-406.

โรงพยาบาลพนัสนิคม. (2567). ข้อมูลผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุในช่วง 5 ที่ผ่านมา (พ.ศ. 2562-2566). โรงพยาบาลพนัสนิคม.

Tanawat Amphansap, Nitirat Stitkitti, Alisara Arirachakaran.(2020). The effectiveness of Police General Hospital’s fracture liaison service (PGH’s FLS) implementation after 5 years: A prospective cohort study. Osteoporosis and Sarcopenia, 6(4), 199-204

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

วัฒนานนท์ พ. (2026). ผลลัพธ์ของโครงการป้องกันผู้ป่วยที่มีกระดูกหักซ้ำภายหลังกระดูกข้อสะโพกหัก (Phanat FLS) โรงพยาบาลพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 520–524. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300298