การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะการวิจัย สำหรับเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ผู้แต่ง

  • ญาดา ไพหารวิจิตรนุช โรงพยาบาลราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา
  • กนกศรี จาดเงิน โรงพยาบาลบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา Correspondence author: ganokj1@yahoo.com

คำสำคัญ:

สมรรถนะการวิจัย, การพัฒนารูปแบบ, เครือข่ายบริการสุขภาพ

บทคัดย่อ

     การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะการวิจัย ในด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ สำหรับเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนและหลังได้รับโปรแกรม โดยรูปแบบเป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย (1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการ (2) พัฒนารูปแบบ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ มีค่าประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 ค่า E1/E2 เท่ากับ 81.89/83.78 คือ 1) นโยบายและการนำองค์กร 2) โปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถนะบุคลากรด้านการวิจัย 3) คลินิกวิจัย และ (3) ประเมินรูปแบบ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเดียวกัน คือ บุคลากรเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอราชสาส์น จำนวน 15 คน เครื่องมือ มี 2 ชุด คือ 1) โปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถนะบุคลากรด้านการวิจัย มีค่าดัชนีความตรง เชิงเนื้อหา เท่ากับ .87 และ 2) แบบประเมินสมรรถนะการวิจัย 3 ด้าน ประกอบด้วย (1) แบบประเมินความรู้ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม ค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือโดยใช้สูตรคูเดอร์-ริชาร์ดสัน เท่ากับ .81 (2) แบบประเมินทักษะ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ .81 และ (3) แบบประเมินทัศนคติ มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ .85 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ วิลคอกซอน ไซนด์ แรงค์ เทส

     ผลการวิจัย พบว่า ผลการเปรียบเทียบ ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการเสริมสร้างสมรรถนะของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ภายหลังได้รับโปรแกรมฯ มีค่าคะแนนเฉลี่ย ด้านความรู้ ทักษะ สูงขึ้นอยู่ในระดับมากกว่าก่อนการได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีทัศนคติอยู่ในระดับมาก ความสำเร็จในการพัฒนางาน พบว่า ส่วนใหญ่ดำเนินการจนได้โครงร่าง ร้อยละ 53.30 และดำเนินการวิจัยสำเร็จ ร้อยละ 6.70

เอกสารอ้างอิง

Wittayapun Y, Nawarat J, Jirathitikal V. Effectiveness of an academic-practice team approach on research capacity building of nurses and public health professionals. Int J Environ Res Public Health. 2021;18(13):7199. doi:10.3390/ijerph18137199.

Glenister K, et al. Research education and training for nurses and allied health professionals: a systematic scoping review. BMC Med Educ. 2022.

Henshall C, Jones L, Armitage C, Tomlinson L, et al. Empowering nurses through inclusive leadership to promote research capacity building: a James Lind Alliance priority setting partnership in community nursing. J Adv Nurs. 2022;78(9):2765-74. doi:10.1111/jan.15342.

Souza RCS, Bersaneti MDR, Yamaguti WPS, et al. Mentoring in research: development of competencies for health professionals. BMC Nurs. 2023;22:244. doi:10.1186/s12912-023-01411-9.

Palmer S, Coad J, Gamble J, Jones C, Lees-Deutsch L, McWilliams D, et al. Nursing, midwifery, and allied health professions research capacities and cultures: a survey of staff within a university and acute healthcare organisation. BMC Health Serv Res. 2023;23:647.

Kim S, Jeong HW. Developing and evaluating an evidence-based practice research competency enhancement program for clinical nurses in Korea: a pilot study. BMC Nurs. 2024;23:111. doi:10.1186/s12912-024-01749-8.

Nott M, Schmidt D, Thomas M, Reilly K, Saksena T, Kennedy J, et al. Collaborations between health services and educational institutions to develop research capacity in health services and health service staff: a systematic scoping review. BMC Health Serv Res. 2024;24:1363. doi:10.1186/s12913-024-11836-w.

Menzies V, et al. Assessing the success of a research leadership programme for senior nurses and midwives: a mixed methods programme evaluation. Nurs Open. 2024.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2567.

Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas. 1970;30(3):607

วัชรพันธ์ วงศ์คำพันธ์, กาญจนา ศรีสวัสดิ์, สังวรณ์ งัดกระโทก. รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการวิจัยของผู้บริหารทางการพยาบาลโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2567;11(2):e266467.

World Health Organization (WHO). Monitoring the building blocks of health systems: a handbook of indicators and their measurement strategies. Geneva, Switzerland: WHO;2010.

Marquardt, M.J..Building the Learning Organization: Mastering the 5 Elements for Corporate Learning. California :Davies-Black, Mountain View. 2002.

Bloom, B.S. Engelhart, Furst, E.J., Hill, W.H., Krathwohl.Taxonomy of Educational Objectives, Handbook I: The Cogniyive Domain.Newyork: David McKay Co Inc.1956.

นิภาพรรณ ลิ้มเทียมรัตน์.ปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานวิจัยของบุคลากรในโรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต.2564;1(2) :31-42.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

ไพหารวิจิตรนุช ญ., & จาดเงิน ก. (2026). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะการวิจัย สำหรับเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1679–1691. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300432