ผลของโปรแกรมการนิเทศทางคลินิกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ต่อสมรรถนะการจัดการความปวด ของพยาบาลวิกฤตศัลยกรรม โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ เขตสุขภาพที่ 7

ผู้แต่ง

  • ชญาพัฒน์ ปุ่นนิน ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทางการพยาบาล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • วรรณชนก จันทชุม รองศาสตราจารย์ ดร. อาจารย์สาขาวิชาการศึกษา วิจัยและบริหารการพยาบาล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

การนิเทศทางคลินิก, เทคโนโลยีดิจิทัล, สมรรถนะการจัดการความปวด, พยาบาลวิกฤตศัลยกรรม

บทคัดย่อ

      การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการนิเทศทางคลินิกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่อสมรรถนะการจัดการความปวดของพยาบาลวิกฤตศัลยกรรม รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จากพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรม โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่ง เขตสุขภาพที่ 7 ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์คัดเข้าจำนวน 40 คน โดยเก็บข้อมูลได้ครบทั้งก่อนและหลังการทดลอง 30 คน เครื่องมือในการดำเนินการทดลองเป็น โปรแกรมพัฒนาขึ้นตามกรอบแนวคิดการนิเทศทางคลินิกของ Proctor ประกอบด้วยการนิเทศตามมาตรฐาน การนิเทศตามแบบแผนเพื่อการพัฒนา และการนิเทศตามหลักสมานฉันท์ บูรณาการร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ สื่อการเรียนรู้ผ่าน Google Classroom แบบทดสอบความรู้ออนไลน์ Kahoot! การฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จำลอง (case scenario) และการติดตามผ่าน Line Group ดำเนินโปรแกรมเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามสมรรถนะการจัดการความปวด 32 ข้อ เครื่องมือในการดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และแบบประเมินสมรรถนะการจัดการความปวด มีค่าความเที่ยงสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .943 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติทดสอบ Paired-samples t-test

      ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังได้รับโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนสมรรถนะการจัดการความปวดโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 142.00 คะแนน (S.D. = 10.86) เป็น 156.47 คะแนน (S.D. = 2.75) สูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ผลต่างเฉลี่ย 14.47 คะแนน, t(29) = 8.079, p < .001) และมีขนาดอิทธิพล Cohen's dz เท่ากับ 1.48 ซึ่งจัดอยู่ในระดับ very large

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Patient safety [Internet]. 2023. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/patient-safety

พงศธร พอกเพิ่มดี, บรรณาธิการ. แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปีด้านสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2561. นนทบุรี: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2561.

นิพาดา ลัทธิธนธรรม, อำภาพร นามวงศ์พรหม, มนพร ชาติชำนิ. สมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการจัดการความปวดและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท. 2566;5(3):1-16.

Warfield CA, Fausett HJ, editors. Manual of pain management. 2nd ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2002.

Joint Commission on Accreditation of Healthcare Organizations. Pain management [Internet]. 2001. Available from: https://kku.world/z265t1

สมาคมการศึกษาเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย. แนวทางพัฒนาการระงับปวดเฉียบพลัน. กรุงเทพฯ: รักษ์พิมพ์; 2552.

Proctor B. Training for the supervision alliance: attitude, skills and intention. In: Cutcliffe J, Butterworth T, Proctor B, editors. Fundamental themes in clinical supervision. London: Routledge; 2001. p. 25-46.

พรทิพา พรรณนา. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการความปวดของพยาบาลวิชาชีพในผู้ป่วยวิกฤต หอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2561.

Fishman SM, Young HM, Lucas Arwood E, Chou R, Herr K, Murinson BB, et al. Core competencies for pain management: results of an interprofessional consensus summit. Pain Med. 2013;14(7):971-81.

ศรีสุดา งามขำ, นิสา ครุฑจันทร์, จุฑารัตน์ สว่างชัย, บุญเตือน วัฒนกุล, ศศิธร ชิดนายี, รุ่งนภา เขียวชะอำ. ความรู้เกี่ยวกับการประเมินและการจัดการความปวดของพยาบาลไทย. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2561;36(1):81-89.

ศิริวรรณ วิชาสูง. ผลของโปรแกรมการนิเทศทางคลินิกต่อสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลันชนิดเอสทียกสูง. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลสกลนคร. 2568;28(1):16-49.

สันศนีย์ ดีภัย, วรรณชนก จันทชุม. การวิเคราะห์องค์ประกอบสมรรถนะหัวหน้าหอผู้ป่วยในศตวรรษที่ 21 ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น. 2567;6(3):1-16.

Bernard JM, Goodyear RK. Fundamentals of clinical supervision. 6th ed. Pearson; 2019.

Johnson LM, Smith AR. Generational differences in digital learning preferences among nurses. Nurse Educ Today. 2020;95:104-112.

Zhao X, Wang Y, Chen L. Case-based digital learning and critical thinking development in ICU nurses: a quasi-experimental study. Nurse Educ Pract. 2021;52:103-112.

Thompson DL, Wilson RK. Just-in-time learning through mobile devices: enhancing clinical decision-making in critical care settings. Comput Inform Nurs. 2019;37(1):575.

Rodriguez C, Martinez A. Secondary trauma prevalence among critical care nurses: a multi-site study. Am J Crit Care. 2021;30(3):187-95.

Lee HJ, Park SY. Effectiveness of mobile-based peer support systems for reducing burnout in critical care nurses: a randomized controlled trial. Int J Nurs Stud. 2020;108:103-115.

Kim SH, Liu C. Impact of digital supervision on patient safety outcomes in intensive care units: a systematic review. Crit Care Med. 2021;49(8):e785-e794.

Fakieh Mansy Ali H, Abd-El-Gawad Mousa M, Elsayed Rushdan E. Effect of using Kahoot! as a digital game-based formative assessment tool in enhancing nursing students’ knowledge and learning motivation. Egypt J Health Care. 2022;13(4):1907-21.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods. 2007;39(2):175-91.

รตนกมล ลาดซ้าย. ประสิทธิผลของโปรแกรมการสอนงานต่อสมรรถนะพยาบาลส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร ห้องตรวจรักษาพิเศษทางส่องกล้อง โรงพยาบาลขอนแก่น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2568.

Polit DF, Beck CT. Nursing research: generating and assessing evidence for nursing practice. 11th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2020.

ประคอง กรรณสูตร. สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.

ประกาย จีโรจน์กุล. การพัฒนาเครื่องมือวิจัยทางการพยาบาล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

Sawilowsky SS. New effect size rules of thumb. J Mod Appl Stat Methods. 2009;8(2):

-9.

จุฬารัตน์ แซ่พั่ง. สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินในการจัดการความปวดผู้บาดเจ็บและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2560.

Kim J, Park JH, Shin S. Effectiveness of simulation-based nursing education depending on fidelity: a meta-analysis. BMC Med Educ. 2016;16:152.

ชุติมณฑน์ นวลศรี, อรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์, สมสิริ รุ่งอมรรัตน์. ผลของโปรแกรมการให้ข้อมูลและการสนับสนุนด้านจิตใจผ่านสื่อดิจิทัลต่อความวิตกกังวลของมารดาทารกเกิดก่อนกำหนดในภาวะวิกฤต. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2568;43(2):111-125.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

ปุ่นนิน ช., & จันทชุม ว. (2026). ผลของโปรแกรมการนิเทศทางคลินิกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ต่อสมรรถนะการจัดการความปวด ของพยาบาลวิกฤตศัลยกรรม โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ เขตสุขภาพที่ 7. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1408–1419. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300491