การพัฒนารูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและการส่งต่อแบบไร้รอยต่อ เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ลภณพร วงษ์อินตา โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
  • กัลยาณี ประทุมทอง โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
  • วิยดา ดุลยเกียรติ โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
  • ประครอง ประกิระนะ โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
  • กาญจนา จันทะนุย โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม

คำสำคัญ:

ผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน, การส่งต่อแบบไร้รอยต่อ, การจัดการรายกรณี

บทคัดย่อ

      การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์และปัญหาการจัดการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและการส่งต่อ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและการส่งต่อแบบไร้รอยต่อ และ 3) ประเมินผลรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ในเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม ดำเนินการระหว่างเดือนกันยายน 2566–กันยายน 2567 โดยประยุกต์แนวคิดการดูแลแบบไร้รอยต่อร่วมกับการจัดการรายกรณี แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การวิเคราะห์สถานการณ์ การพัฒนารูปแบบตามกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 2 วงรอบ และการประเมินผล ผู้ร่วมพัฒนารูปแบบจำนวน 45 คน ประกอบด้วยทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และประเมินผลในผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินหลังพัฒนาจำนวน 69 ราย โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนพัฒนาจำนวน 67 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม แบบบันทึกข้อมูลผู้ป่วย แบบประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา

      ผลการศึกษา พบว่า ระบบเดิมมีช่องว่างด้านการประเมินความรุนแรงและความเสี่ยง การเตรียมและส่งต่อข้อมูล การประสานระหว่างหน่วยบริการ และการติดตามต่อเนื่องในชุมชน รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การประเมินและจำแนกความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ 2) การดูแลและส่งต่อที่เชื่อมโยงทุกระดับบริการ 3) การจัดการรายกรณีสำหรับผู้ป่วยความเสี่ยงสูงและซับซ้อน 4) การเชื่อมโยงข้อมูลและติดตามต่อเนื่องหลังการรักษา และ 5) การพัฒนาศักยภาพทีมและระบบกำกับคุณภาพ ภายหลังพัฒนารูปแบบ ผู้ป่วยได้รับการประเมินความรุนแรงและความเสี่ยงครบถ้วนเพิ่มจากร้อยละ 71.64 เป็นร้อยละ 97.10 การติดตามต่อเนื่องหลังการรักษาเพิ่มจากร้อยละ 58.21 เป็นร้อยละ 94.20 และสัดส่วนผู้ป่วยที่ต้องส่งต่อลดจากร้อยละ 26.87 เป็นร้อยละ 17.39 ในผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อ การเตรียมผู้ป่วยและข้อมูลส่งต่อครบถ้วนเพิ่มเป็นร้อยละ 100 การส่งต่อภายใน 2 ชั่วโมงเพิ่มจากร้อยละ 50.00 เป็นร้อยละ 91.67 และไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ระหว่างรอหรือระหว่างส่งต่อหลังพัฒนา ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การจัดการรายกรณี 28 ราย ได้รับการประเมินแบบองค์รวมร้อยละ 96.43 มีแผนการดูแลรายบุคคลร้อยละ 92.86 และไม่เกิดความรุนแรงซ้ำในช่วงติดตามร้อยละ 92.86 ทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายมีความพึงพอใจต่อรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (Mean = 4.54, SD = 0.39)

เอกสารอ้างอิง

ธีระ ศิริสมุด, พรทิพย์ วชิรดิลก, และอนุรัตน์ สมตน. (2562). การพัฒนารูปแบบระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสุขภาพจิตแบบบูรณาการในพื้นที่. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(ฉบับเพิ่มเติม 2), S157–S171.

นิตยา สินธุ์ภูมิ, วาสนา สุระภักดิ์, และสุจิตตา ฤทธิ์มนตรี. (2566). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสุขภาพจิตในโรงพยาบาลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน, 10(2), 35–50.

ปิยวัฒน์ ผิวเรืองนนท์ และสกุลรัตน์ ทองจันทร์. (2567). แนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายชุมชน อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 4(1), 185–198.

โรงพยาบาลยางสีสุราช. (2565). ข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและการส่งต่อ ปีงบประมาณ 2563–2565. เอกสารภายในโรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม.

Boora, N., Surood, S., Coulombe, J., Poudel, S., & Agyapong, V. I. O. (2021). Improving community care for patients discharged from hospital through zone-wide implementation of a seamless care transition policy. International Journal for Quality in Health Care, 33(2), mzab079.

Lim, C. T., Caan, M. P., Kim, C. H., Chow, C. M., Leff, H. S., & Tepper, M. C. (2022). Care management for serious mental illness: A systematic review and meta-analysis. Psychiatric Services, 73(2), 180–187.

Wong, B. H. C., Chu, P., Calaminus, P., Lavelle, C., Refaat, R., & Ougrin, D. (2024). Association between continuity of care and attendance of post-discharge follow-up after psychiatric emergency presentation. npj Mental Health Research, 3.

Kemmis S, McTaggart R. The action research planner. 3rd ed. Victoria: Deakin University Press; 1988.

สมถวิล แพรขาว และธิดารัตน์ ห้วยทราย. (2565). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 25(1), 34–42.

นิตยา สินธุ์ภูมิ, วาสนา สุระภักดิ์ และสุจิตตา ฤทธิ์มนตรี. (2566). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสุขภาพจิตในโรงพยาบาลอาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยคริสเตียน, 10(2), 35–50.

ปิยวัฒน์ ผิวเรืองนนท์ และสกุลรัตน์ ทองจันทร์. (2567). แนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงโดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและภาคีเครือข่ายชุมชน อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 4(1), 185–198.

Maremmani, A. G. I., Aglietti, M., Intaschi, G., & Bacciardi, S. (2022). Substance Use/Dependence in Psychiatric Emergency Setting Leading to Hospitalization: Predictors of Continuity of Care. International Journal of Environmental Research and Public Health, 19(2), 760.

Wong, B. H. C., Chu, P., Calaminus, P., Lavelle, C., Refaat, R., & Ougrin, D. (2024). Association between continuity of care and attendance of post-discharge follow-up after psychiatric emergency presentation. npj Mental Health Research, 3, Article 5.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

วงษ์อินตา ล., ประทุมทอง ก., ดุลยเกียรติ ว., ประกิระนะ ป., & จันทะนุย ก. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการดูแลผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉินและการส่งต่อแบบไร้รอยต่อ เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1460–1473. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300500