Model of care for pregnant women with a gestation period of more than 32 weeks, Yang Talad Hospital Kalasin Province.

Authors

  • Pakamas Poojomjit พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์

Keywords:

Care for pregnant , women with a gestational age of more than 32 weeks

Abstract

     This study was action research aimed to study comprehensive of the behavior and health conditions of pregnant women with a gestation period of more than 32 weeks at Yang Talat Hospital. Kalasin Province and study the care model for pregnant women with a gestation period of more than 32 weeks, Yang Talat Hospital. Kalasin Province The research period is between October - December 2023, totaling 3 months. Sample size were 204 pregnant women with a gestation period of more than 32 weeks who received services at Yang Talad Hospital. Kalasin Province, data collected from questionnaires. Analyze data By content analysis (Content Analysis), frequency, percentage, mean, standard deviation, and Dependent t – test.

          The results of the study found that comprehensive of behavior and health status of pregnant women with a gestation period of more than 32 weeks at Yang Talad Hospital Kalasin Province Before the operation, overall and each aspect was at a moderate level, and after the operation. Overall and each aspect is at the highest level. There are differences. Statistically significant at the .05 level, after the model of care for pregnant women with a gestational age of more than 32 weeks, Yang Talad Hospital Kalasin Province There is an average score of understanding of behavior and health conditions of pregnant women with a gestation period of more than 32 weeks at Yang Talat Hospital. Kalasin Province more than before the format. And results of care for pregnant women with a gestational age of more than 32 weeks at Yang Talad Hospital Kalasin Province, 204 cases, did not find any preventable complications. But it was also found that 3 mothers gave birth at full term with infants weighing less than 2500 grams. They were mothers who had co-morbid medical conditions. High blood pressure during pregnancy, 2 cases, and thyroid, 1 case.

References

รุ่งนภา มหิทธิ.(2560). ผลของโปรแกรมการเตรียมครอบครัวเพื่อสนับสนุนการคลอดต่อการรับรู้ความสามารถ ของครอบครัวในการสนับสนุนการคลอดและความพึงพอใจของผู้คลอดในการสนับสนุนการคลอดของครอบครัว. วิทยานิพนธ์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการผดุงครรภ์ขั้นสูง คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ศิรินภา แก้วพวง, วรรณี เดียวอิศเรศ, วรรณทนา ศุภสีมานนท์.(2561). อิทธิพลของการรับรู้ภาวะเสี่ยงของการตั้งครรภ์ ความรู้ และทัศนคติ ต่อพฤติกรรมการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ของสตรีตั้งครรภ์. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 (เม.ย. - มิ.ย.) 2561 57-66

Best, J.W. (1981). Research in Education.New Jersey : Prentice - Hall.

Riedmann, G. L. (2008). Education for childbirth. Global library of women’s medicine. doi: 10.3843/GLOWM.10109

ช่อทิพย์ ผลกุศล, ศิริวรรณ แสงอินทร์.(2563). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์แรงงานข้ามชาติในเขตจังหวัดชลบุรี. วารสารสภาการพยาบาล ปีที่ 35 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2563 128- 44

กาญจนา ศรีสวัสดิ์ ชุติมา ปัญญาพินิจนุกูร ณัฐธิดา สอนนาค.(2561). พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ ปีที่ 38 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน 2561 หน้า 95-109

เบญญาภา ธิติมาพงษ์ ศศิธร พุมดวง จัณทร์ปภัสร์ เครือแก้ว โสเพ็ญ ชูนวล วิไลพร สมานกสิกรณ์.(2563). การพยาบาลมารดา ทารกและการผดุงครรภ์ 1. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2554). คู่มือวิทยากรโรงเรียนพ่อแม่ สำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 3 สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์

กมลทิพย์ ตั้งหลักมั่นคง. (2560). ความไม่สอดคล้องระหว่างความคาดหวังกับประสบการณ์จริงในการคลอดบุตรของผู้หญิงไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 26(3), 525-532.

เกศินี ไชยโม, ธัญญมล สุริยานิมิตสุข, และกิตตพร ประชาศรัยสรเดช. (2560). การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในระยะคลอด. วารสาร มฉก. วิชาการ, 20(40), 141-150.

กระทรวงสาธารณสุข. (2557). คู่มือการมีส่วนร่วมของสามีหรือญาติในการเฝ้าคลอด. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.

เจียรนัย โพธิ์ไทรย์. (2544). หลักการส่งเสริมการคลอดด้วยตนเอง. เชียงใหม่: แพรการพิมพ์.

ชนิดาภา เนียนปัชชา, สร้อย อนุสรณ์ธีรกุล, และสุพรรณี อึ้งปัญสัตวงศ์. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างความกลัวการคลอด ความเข็บปวดในระยะคลอดและความเหนื่ยอลล้าหลังคลอด. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 34(4), 56-64.

ณัฏจิรา วินิจฉัย, เยาวลักษณ์ เสรีเสถียร, ปิยะนันท์ ลิมเรืองรอง, และวรรณา พาหุวัฒนกร. (2556). ผลของโปรแกรมการสนับสนุนในระยะคลอดต่อความวิตกกังวลในผู้คลอดครรภ์แรกที่ได้รับการเร่งคลอด ด้วยยาออกซิโทซิน. วารสารสภาการพยาบาล, 28(4), 44-54.

ทิวากร ชานิกุล, และพักตร์วิไล ศรีแสง. (2553). ผลของโปรแกรมแรงสนับสนุนจากญาติต่อความเจ็บปวดของ ผู้คลอดครรภ์แรกในระยะที่ 1 ของการคลอด. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 33(1),33-42.

ดารุณี จันฤาไชย, กริยากร ธิวะโต, และจันทร์เพ็ญ แพงดวงแก้ว. (2556). ผลของการพยาบาลแบบสนับสนุน ประคับประคองในระยะคลอดต่อความเครียดและการรับรู้ประสบการณ์การคลอดของมารดาครรภ์แรกโรงพยาบาลพระอาจารย์ฟั่น อาจาโร. วารสารสภาการพยาบาล, 28(1), 100-110.

ธวัลรัตน์ กิตติศักดิ์ชัย, นันทพร แสนศิริพันธ์, และกรรณิการณ์ กันธะรักษา. (2556). ความกลัวการคลอดบุตรในสตรีมีครรภ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. พยาบาลสาร, 40 (ฉบับพิเศษธันวาคม). 12-21.

นวพร มามาก, ศรีสมร ภูมนสกุล, และอรพินธ์ เจริญผล. (2551). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสามีในระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอด ต่อสัมพันธภาพระหว่างคู่สมรส การรับรู้ประสบการณ์การคลอดของมารดา และความรักใคร่ผูกพันระหว่างบิดา มารดาและทารก. รามาธิบดีพยาบาลสาร, 14, 258-271.

นันทพร แสนศิริพันธ์. (2556). ความกลัวการคลอดบุตร. พยาบาลสาร, 40 (ฉบับพิเศษมกราคม), 103-112.

นันทพร แสนศิริพันธ์ และสุกัญญา (2558). การพยาบาลในระยะคลอด. เชียงใหม่: โครงการตารา คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,

พิริยา ศุภศรี. (2550). การคลอดธรรมชาติ: การดูแลอย่างมีมนุษยธรรม. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 15, 16-26.

พรรณทิพย์ โชมขุนทด, อาไพ จารุวัชรพาณิชกุล, และจันทรรัตน์ เจริญสันติ.(2557). ผลของการเตรียมตัวเพื่อการคลอดต่อระดับความเจ็บปวดระยะเวลาของการคลอดและการรับรู้ต่อประสบการณ์การคลอดในสตรีวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์. พยาบาลสาร, 41(1), 13-24.

วรางคณา ชัชเวช, ศศิกานต์ กาละ, สุรีพรย์ กฤษเจริญ, วัชรี จงไพบูลย์พัฒนะ และกัลยาณี บุญสิน. (2555). การพัฒนารูปแบบการเตรียมตัวเพื่อการคลอดสาหรับสตรีตั้งครรภ์และผู้ช่วยเหลือ. สงขลานครินทร์เวชสาร, 30(3), 143-151.

วัฒนา ศรีพจนารถ. (2555). หลักการพยาบาลสตรีตั้งครรภ์และครอบครัว ใน คู่มือการเรียนการพยาบาลมารดาและทารก. สงขลา: ภาควิชาการพยาบาลสูติ-นรีเวชและผดุงครรภ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ศศิธร พุมดวง. (2559). สูติศาสตร์ระยะคลอด (ฉบับปรับปรุง). ชานเมือการพิมพ์: สงขลา.

ศิริวรรณ ยืนยง, และนันท์นภัส รักไทย. (2554). ผลของการสนับสนุนในระยะคลอดจากญาติใกล้ชิดต่อความ เจ็บปวดความวิตกกังวลและความพึงพอใจต่อประสบการณ์การคลอดของมารดาครรภ์แรก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา, 19 (ฉบับพิเศษ2), 67-82.

สมใจ พุทธาพิทักษ์ผล, และศิริพร พงษ์โภคา. (2554). การพยาบาลกับการส่งเสริมสุขภาพสตรีในระยะให้กาเนิดบุตร ใน เอกสารการสอนชุดวิชาการพยาบาลครอบครัวและการผดุงครรภ์ หน่วยที่ 1-6 (พิมพ์ครั้งที่ 9). ม.ป.ท.: สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สร้อย อนุสรณ์ธีรกุล, และปราณิสา กิตติปฤษฎา. (2556). ผลของโปรแกรมให้ความรู้และการช่วยเหลือของญาติ ต่อความเจ็บปวด ความกลัว และความวิตกกังวลของผู้คลอดครรภ์แรกในระยะที่หนึ่งของการคลอด. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 36(1), 23-31.

อาทิตยา เพิ่มสุข.(2550). ผลของการสนับสนุนในระยะคลอดโดยสมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้หญิงต่อผลลัพธ์การคลอดในผู้คลอดครรภ์แรก. [วิทยานิพนธ์]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.

อภิรัช อินทรางกูร ณ อยุธยา. (2554). การเตรียมสตรีในระยะตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด. ใน อาไพ จารุวัชรพาณิชกุล (บรรณาธิการ). ความรู้เบื้องต้นการพยาบาลผดุงครรภ์ เล่ม 1. (หน้า 287-303). เชียงใหม่: ครองช่างพริ้นติ้ง.

เอกชัย โควาวิสารัช. (2551). คลอดเองได้ง่ายนิดเดียว (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: บริษัท รักลูกกรุ๊ปจากัด.

Downloads

Published

2023-12-30

How to Cite

Poojomjit, P. (2023). Model of care for pregnant women with a gestation period of more than 32 weeks, Yang Talad Hospital Kalasin Province. Journal of Environmental Education Medical and Health, 8(4), 876–883. retrieved from https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/269780