Factors Affecting to Oral Health Care Behaviors among the Type 2 Diabetes Mellitus Patients in Ban Na Sub-district, Wachirabarami District, Phichit Province
Keywords:
Oral care behavior, Type 2 diabetes patients, Social support, Perceived barriersAbstract
The objectives of this research were to explore: (1) personal factors, leading factors, enabling factors, and reinforcing factors; (2) oral health care behaviors; and (3) factors affecting oral health care behaviors among the type 2 diabetes mellitus patients in Ban Na sub-district, Wachirabarami district, Phichit province.This survey research by cross-sectional study was conducted on a sample of 184 participants selected from 811 type 2 diabetic patients in Ban Na Subdistrict, Wachirabarami District, Phichit Province. The research tool was a questionnaire with a content validity value between 0.60 and 1.00 and a reliability score of 0.72. The knowledge-related questions yielded a KR-20 score of 0.71. The data were analyzed to determine frequency distribution, percentage, mean, standard deviation, and stepwise multiple regression statistics.
The results showed that among the participants: (1) most of them were females with an average age of 58.29 years who completed primary school, and most of the main occupations were unemployed. The average monthly income was mostly less than or equal to 5,000 baht. The average duration of diabetes was 8.81 years. The level of knowledge was high, belief was moderate, access to oral health care services was moderate, and social support was also high. Additionally, (2) oral health care behavior was at a high level; and (3) social support, perceived barriers to oral health care, and age together explained 47.60% of the variance in the oral health care behaviors of type 2 diabetes patients in Ban Na Subdistrict, Wachirabarami District, Phichit Province, with a significance level of 0.05.
References
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. (2561). แนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยเบาหวานสำหรับทันตบุคลากรและบุคลากรสาธารณสุข.https://dental.anamai.moph.go.th/web- upload/5x9c01a3d6e5539cf478715290ac946bee/tinymce/07/Dental%20Guideline%20for%20DM%20patients.pdf
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2560). สถิติ. https://www.dmthai.org/new/index.php/sara-khwam-ru/the-chart/the-chart-1/2018-02-08-14-52-46
วัชราภรณ์ เสนสอน, สุภาภรณ์ ฉัตรชัยวิวัฒนา และเสาวนันท์ บําเรอราช. (2553). โรคเบาหวานกับสุขภาพช่องปาก. ว.ทันต.ขอนแก่น, 13(2), 132-146.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2561).รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560. สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ).https://dental.anamai.moph.go.th/webupload/migrated/files/dental2/n2423_3e9aed89eb9e4e3978640d0a60b44be6_survey8th_2nd.pdf
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2567).รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 พ.ศ. 2566. สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์. https://dental.anamai.moph.go.th/web- upload/5x9c01a3d6e5539cf478715290ac946bee/m_magazine/36716/4952/file_download/20bdfaf0efe9b24c335fead44e99d049.pdf
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร, 2566. ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อ(NCDDM,HT,CVD).https://pct.hdc.moph.go.th/hdc/reports/page.php?cat_id=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b
ปณิตา ครองยุทธ, จิราวรรณ แผ่นจันทร์, ภานุมาศ เครือคำ และวิมลรัตน์ ฉิมพลีพันธุ์. (2564). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 1(1), 47-60.
ธนาคม เสนา. (2561). ความรูและทัศนคติที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 1(1), 106-117.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 4). ส. เอเซียเพรส (1989).
เปรมฤดี ศรีสังข์, ธนัญญา ตาชูชาติ, วรัญญา ถาวันจันทร์, ศุภศิลป์ ดีรักษา และวิภาดา จิตรปรีดา. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลท่าคันโท อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารทันตาภิบาล, 33(1), 99-112.
ศรันย์ บุญสร้าง. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของผู้สูงอายุในตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข, 2(3), 209-224.
สุธาทิพย์ วังคีรี. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลช่องปากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(4), 783 – 790.
สุภาพร ผุดผ่อง. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 4(1), 101-119.
กมลลักษณ์ แกมขุนทด. (2567). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 : กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองปลิง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข, 2(3),238-255.
กนกนุช เนตรงามทวี. (2559). ปัจจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล สถานะสุขภาพ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพที่มีผลต่อสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์.สำนักงาน ป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น, 23(2), 23-37.
อุดมพร ทรัพย์บวร. (2562). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในเขตตำบลนครชัยศรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม. วารสารแพทย์เขต 4-5, 38(4), 244-255.
เมธาวี นิยมไทย และสุพัฒนา คำสอน. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมทันตสุขภาพของผู้ป่วย เบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 29(1), 168-179.
ตวงพร กตัญญุตานนท์, วรรณรัตน์ จงเจริญ, สุวิมล พันธ์จันทร์, พัชรา จันทมนตรี, เพ็ญศิริ เอกนุ่ม, อรพรรณ ศิริวัฒน์, . . . วชรดล เส็งลา. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเบาหวาน ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวัดศรีวารีน้อย ตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(5), 792-801.
พิราวรรณ เนื้อทอง. (2565) ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของผู้สูงอายุที่พึ่งพาตนเองได้ในอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์. (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ศิริรัตน์ ชัยสุกัญญาสันต์. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในเขตตำบลทุ่งทอง อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์. (วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

