EFFECTIVENESS OF INTENSIVE LIFESTYLE MODIFICATION PROGRAM TO ACHIEVE REMISSION IN TYPE 2 DIABETIC PATIENTS, DEBARATANA NAKHON RATCHASIMA HOSPITAL.
Keywords:
type 2 diabetes, intensive lifestyle modification, diabetes remissionAbstract
This quasi-experimental research aimed to study the effectiveness of intensive lifestyle modification in type 2 diabetic patients, ability to control blood sugar, reducing medication, stopping diabetes medication, and satisfaction with intensive lifestyle modification. The study samples were type 2 diabetic patients who received treatment at Debaratana Nakhon Ratchasima Hospital. They were divided into an experimental group and a comparison group, each group had 40 people. Research tools were intensive lifestyle modification program to achieve remission and traditional maintenance practices, health status record form, questionnaire and health measurement / assessment tools. Data was analyzed by descriptive statistic, Chi-square test, Independent t-test and Paired samples t-test.
The study results found that after intensive lifestyle modification for 3 months and 6 months, diabetic patients had better self-care behaviors, decrease in body mass index, waist circumference, and HbA1c by statistical significant (p-value < 0.001), and had better self-care behaviors, body mass index, waist circumference, and HbA1c were reduced more than with traditional maintenance practices after 3 months and 6 months of study by statistical significant (p-value < 0.05). After intensive lifestyle modification for 3 months, diabetic patients were able to control their blood sugar levels at 42.5%, reduced the use of diabetes medication at 42.5% and stopped the use of diabetes medication at 25.0%. After intensive lifestyle modification for 6 months, diabetic patients were able to control their blood sugar levels at 75.0%, reduced the use of diabetes medication at 75.0% and stopped the use of diabetes medication at 62.5%. Diabetic patients had a high overall satisfaction level at 100.0%.
References
World Health Organization. Health literacy. (2017). The solid facts. European journal of Public. 24:1880-87.
International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas 2021. [internet]. 2021 [Retrieved Feb 1, 2024]. Available from https://diabetesatlas.org/atlas/tenth-edition/
สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องในวันเบาหวาน โลก. [อินเทอร์เน็ต]. 2565. [เข้าถึงเมื่อ 4 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://pr.moph.go.th/?url= pr/detail/2/02/181256
กรมควบคุมโรค. (2565). กรมควบคุมโรคเผยสถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก. นนทบุรี: กองโรคไม่ติดต่อ สำนักสื่อสารความเสี่ยง.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2560). แผนยุทธศาสตร์การป้องกันและ ควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ 5 ปี (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพฯ: บริษัท อิโมชั่น อาร์ต จำกัด.
พวงเงิน พานทอง. (2567). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. 8(16):86-96.
สุปรียา เสียงดัง. (2560). พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 4(1):191-204.
ราตรี ทองคำ. (2565). ประสิทธิผลของการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดลพบุรี. วารสารโรงพยาบาลสิงห์บุรี. 30(3):86-99.
American Diabetes Association. (2017). Standards of medical care for patients with diabetes mellitus. Diabetes care. 30:S4-40.
เจาะลึกระบบสุขภาพ. สมาคมโรคเบาหวานอบรม “ทางเลือกใหม่รักษาเบาหวานชนิด 2” เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง. [อินเทอร์เน็ต]. 2566. [เข้าถึงเมื่อ 6 ก.พ. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hfocus.org/ print/18016
โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา. (2567). สถานการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา. นครราชสีมา: โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา.
ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด สําหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยแพทยเวชศาสตรครอบครัวแห่งประเทศไทย.
Cohen J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. Hillsdale NJ.: Lawrence Erl¬baum Associate.
World Health Assembly. (2016). Strengthening integrated, people-centred health services. WHA. 69(24):90-95.
พิชิต สุขสบาย. (2567). ประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์ เขต 11. 38(1):1–15.
อธิบ ลีธีระประเสริฐ. (2568). ประสิทธิผลและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเข้าสู่ระยะสงบของผู้ป่วยเบาหวาน โรงพยาบาลกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 19(1):203–215.
จงกล สุกิจจารักษ์. (2567). การพัฒนาการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ (diabetes remission) ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษาโรงพยาบาลสะบ้าย้อย. เอกสารเผยแพร่งานวิชาการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ 2567.
ณกานต์ชญาน์ นววัชรินทร์, ภูมิธพัฒน์ มายุศิริ, เดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น, พนัดดา นักดนตรี. (2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด เพื่อเข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดชุมพร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน. 9(1):298-307.
เดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น, พงษ์เธียร พันธ์พิพัฒไพบูลย์, ภูมิธพัฒน์ มายุศิริ, ณกานต์ชญาน์ นววัชรินทร์. (2567). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้มงวด เพื่อเข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดชุมพร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 9(6):540–550.
นฤมล สุทธินุ่น. ประสิทธิผลของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเข้มงวด ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์. [อินเทอร์เน็ต]. 2567. [เข้าถึงเมื่อ 26 ก.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://srth.moph.go.th/research/file

