รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอประสาทตาร่วมกับการดูแลต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อด้วยระบบการแพทย์และการพยาบาลทางไกล Telemedicine และ Nursing care โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
คำสำคัญ:
การพยาบาลผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอประสาทตา, การแพทย์ทางไกล, การพยาบาลทางไกล, การดูแลรักษาที่ต่อเนื่องอย่างราบรื่น, ความเชื่อมั่นในตนเองบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ร่วมกับกระบวนการ 3P (Purpose-Process-Performance) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหาพัฒนาและศึกษาผลการใช้รูปแบบการพยาบาล ประชากรประกอบด้วย เชิงคุณภาพ ได้แก่ ทีมสหวิชาชีพ จำนวน 25 คน เชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวานขึ้นจอประสาทตา จำนวน 86 คน ดำเนินการวิจัย 12 เดือน ระหว่างตุลาคม 2567 - กันยายน 2568 เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แนวทางการสนทนากลุ่ม แนวทางการพยาบาล แบบเก็บข้อมูลทั่วไป แบบเก็บข้อมูลทางคลินิก แบบประเมินความรู้ แบบประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเอง แบบประเมินความสามารถของตนเอง และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ Paired t-test ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการพยาบาลประกอบด้วย 8 องค์ประกอบหลัก คือ การคัดกรองและประเมินกลุ่มเสี่ยง การประเมินครอบคลุมทุกมิติ การวางแผนการดูแลร่วมกัน การให้ความรู้และเสริมสร้างความสามารถของตนเอง การประสานงานภายในทีมสหวิชาชีพ การติดตามต่อเนื่องด้วยระบบ Telemedicine และ Tele-nursing การเข้าถึงบริการตลอด 24 ชั่วโมง และการสนับสนุนผู้ดูแลและครอบครัว ผลลัพธ์แสดงถึง EI3O พบว่า สมรรถนะพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 3.18 เป็น 4.76 อัตราการตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 77.27 เป็นร้อยละ 96.84 อัตราการมาตามนัดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 65.40 เป็นร้อยละ 91.28 ระยะเวลารอคอยลดจาก 128.40 นาทีเป็น 42.68 นาที ความรู้เพิ่มขึ้นจาก 17.48 เป็น 25.84 คะแนน พฤติกรรมการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นจาก 15.64 เป็น 21.76 คะแนน ความสามารถของตนเองเพิ่มขึ้นจาก 128.46 เป็น 174.28 คะแนน ความพึงพอใจ 4.58 คะแนน HbA1c ลดลงจาก 8.42 เป็น 7.24 ร้อยละ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
Teo, Z. L., Tham, Y. C., Yu, M., Chee, M. L., Rim, T. H., Cheung, N., Bikbov, M. M., Wang, Y. X., Tang, Y., Lu, Y., Wong, I. Y., Ting, D. S. W., Tan, G. S. W., Jonas, J. B., Sabanayagam, C., Wong, T. Y., & Cheng, C. Y. (2021). Global prevalence of diabetic retinopathy and projection of burden through 2045: Systematic review and meta-analysis. Ophthalmology, 128(11), 1580-1591. https://doi.org/10.1016/j.ophtha.2021.04.027
สมศักดิ์ เทพสุทิน. (2567). สมศักดิ์ รณรงค์วันเบาหวานโลก 2567 ชี้คนไทยป่วย 6.5 ล้านคน ย้ำ นับ Carb ลดเสี่ยงเอ็นซีดี. สืบค้นจาก https://www.hfocus.org/content/2024/11/32233
Naylor, M. D., Brooten, D. A., Campbell, R. L., Maislin, G., McCauley, K. M., & Schwartz, J. S. (2004). Transitional care of older adults hospitalized with heart failure: A randomized clinical trial. Journal of the American Geriatrics Society, 52(5), 675-684. https://doi.org/10.1111/j.1532-5415.2004.52202.x
Hirschman, K. B., Shaid, E., McCauley, K., Pauly, M. V., & Naylor, M. D. (2015). Continuity of care: The Transitional Care Model. OJIN: The Online Journal of Issues in Nursing, 20(3), 1-15. https://doi.org/10.3912/OJIN.Vol20No03Man01
นิมิตอานันท์ เตชะรัตนไพศาล, วุฒิพงศ์ ยืนยงรัตนกุล, สมบัติ ไชยเรือง และสุภาวดี ธานีรัตน์. (2566). การประยุกต์ใช้แบบจำลองการดูแลระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านในผู้สูงอายุโรคหัวใจล้มเหลว. วารสารการพยาบาลและการผดุงครรภ์, 10(1), 5-19.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191-215. https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Bandura, A. (2004). Health promotion by social cognitive means. Health Education & Behavior, 31(2), 143-164. https://doi.org/10.1177/1090198104263660
Hurst, C. P., Rakkapao, N., & Hay, K. (2020). Impact of diabetes self-management, diabetes management self-efficacy and diabetes knowledge on glycemic control in people with Type 2 Diabetes (T2D): A multi-center study in Thailand. PLOS One, 15(12), e0244692. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0244692
Haggerty, J. L., Reid, R. J., Freeman, G. K., Starfield, B. H., Adair, C. E., & McKendry, R. (2003). Continuity of care: A multidisciplinary review. BMJ, 327(7425), 1219-1221. https://doi.org/10.1136/bmj.327.7425.1219
Medves, J., Pare, G., Woodhouse, K., Smith-Romeril, C., Li, W., & Tranmer, J. (2022). The case for continuity of care for people with chronic obstructive pulmonary disease. SAGE Open Medicine, 10, 1-11. https://doi.org/10.1177/20534345211068300
สรณัชญ์ ศรนาม และประกีรติ ประเสริฐสิน. (2550). การจัดการโรคเรื้อรังแบบองค์รวมโรคค่าใช้จ่ายสูง. นนทบุรี: โรงพิมพ์เอส. พิจิตร.
นัฐยา พานิชย์ดี. (2566). การพัฒนาระบบบริการแพทย์ทางไกลคลินิกเฉพาะโรค (Telemedicine) โรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3(2), 127-142.
แพชยภูมิ น้อยแก้ว, อาภาภรณ์ สิงห์สลาแสง และอรพินท์ หลื่อมอินทร์. (2568). การพัฒนาระบบบริการ Telemedicine แบบมีส่วนร่วมสำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 35(2), 57-74.
แผนกผู้ป่วยนอก. (2567) รายงานจำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการ ปี 2565 – 2567. โรงพยาบาลกุมภวาปี
ปนิดา บินตะคุ. (2566). การจัดบริการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ผ่านระบบการแพทย์ทางไกล ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (Telemedicine NCDs on Cloud). วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 16(3), 127-140. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RDHSJ/article/view/263218
Carvalho, M. S., et al. (2025). Integrating nursing–teleophthalmology improves diabetic retinopathy screening in primary healthcare, reducing unnecessary referrals to specialist healthcare. International Journal of Nursing Practice, e70016. https://doi.org/10.1111/ijn.70016
ณัฐิกานต์ ปังศรีวงศ์. (2566). การพัฒนาระบบบริการแพทย์ทางไกลคลินิกเฉพาะโรค (Telemedicine) โรงพยาบาลกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. https://he04.tci-thaijo.org/index.php/AJNHS/article/view/430
Boucher, M. C., Nguyen, M. T. D., & Qian, J. (2020). Assessment of training outcomes of nurse readers for diabetic retinopathy telescreening: Validation study. JMIR Diabetes, 5(2), e17309. https://doi.org/10.2196/17309
Alsahli, M., Abd-alrazaq, A., Fathy, D. M., Abdelmohsen, S. A., Gushgari, O. A., Ghazy, H. K., & Abdelwahed, A. Y. (2025). Effectiveness of patients' education and telenursing follow-ups on self-care practices of patients with diabetes mellitus: Cross-sectional and quasi-experimental study. JMIR Nursing, 8, e67339. https://doi.org/10.2196/67339
นงนุช วรรณศรี. (2564). ผลของโปรแกรมการดูแลสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ที่มีต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพ และระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c). วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/252502
Sun, J., Fan, Z., Kou, M., Wang, X., Yue, Z., & Zhang, M. (2025). Impact of nurse-led self-management education on type 2 diabetes: A meta-analysis. Frontiers in Public Health, 13, 1622988. https://doi.org/10.3389/fpubh.2025.1622988
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด้ามพร้า. (2567). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและการดูแลแบบผู้ป่วยในที่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลด้ามพร้า จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Jolbcnm/article/view/268449
Ha, S. K., Gilbert, J. B., Le, E., Ross, C., & Lorch, A. (2025). Impact of teleretinal screening program on diabetic retinopathy screening compliance rates in community health centers: A quasi-experimental study. BMC Health Services Research, 25(1), 318. https://doi.org/10.1186/s12913-025-12472-8

