การพัฒนารูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
โรคติดสุรา, ผู้ป่วยโรคติดสุรา, การบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา, การบำบัดความคิดและพฤติกรรม, การมีส่วนร่วมของครอบครัวบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการรูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา และ 3) เพื่อประเมินผลของการพัฒนารูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม โดยใช้แนวคิดการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) ร่วมกับแนวคิดการมีส่วนร่วมของครอบครัวเพื่อให้ผู้ป่วยมีการปรับเปลี่ยนความคิด อารมณ์และพฤติกรรมที่เหมาะสม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือผู้ป่วยโรคติดสุราที่เข้ารับการบำบัดโรคติดสุรา โรงพยาบาลโพนสวรรค์ ในระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม 2568 จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบประเมินพฤติกรรมการดื่มสุราของผู้ป่วยโรคติดสุรา 3) แบบประเมินปริมาณการดื่มสุราของผู้ป่วยโรคติดสุรา 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วยโรคติดสุรา และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของทีมสุขภาพ และเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ 1) รูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา 2) คู่มือการการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมผู้ป่วยโรคติดสุรา 3) ตัวแบบจากผู้ป่วยโรคติดสุรา และ 4) แบบประเมินอาการถอนพิษสุรา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติเชิงพรรณนา หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบโดยการใช้สถิติ Paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษา : 1) สภาพปัญหาและความต้องการรูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา พบปัญหาด้านการเข้าถึงบริการ (Access to Service) คือ ระยะทางไกล ค่าใช้จ่าย และขาดการส่งต่อ ด้านการคัดกรอง (Screening) คือ ขาดการประเมินและการส่งต่อเพื่อบำบัด ด้านการบำบัด (Treatment) คือ ขาดทีมสหวิชาชีพในการบำบัด ขาดระบบการบำบัดที่เหมาะสมตามบริบท และด้านการติดตาม (Follow-up) คือ ขาดการติดตาม การกลับมาดื่มซ้ำ 2) รูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุราประกอบด้วย (1) Community Screening คือ การคัดกรองระดับ อสม. และ ระดับ รพ.สต. (2) Comprehensive Treatment โดยโปรแกรมมีทั้งหมด 4 ระยะ โดยระยะที่ 1 ระยะเตรียมการก่อนการรักษา (Pre-admission phase) เป็นการประเมินอาการถอนพิษสุรา ระยะที่ 2 ระยะการบำบัดด้วยยา (Treatment phase) เป็นระยะ DETOX ในสัปดาห์ที่ 1 ระยะที่ 3 ระยะฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation phase) เป็นระยะที่ผู้ป่วยโรคติดสุราได้รับการบำบัดตามกระบวนการบำบัดทางจิตสังคมด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรมโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ในสัปดาห์ที่ 2-12 และระยะที่ 4 ระยะติดตามการรักษา (After phase) เป็นระยะการเตรียมผู้ป่วยและครอบครัวเพื่อการจำหน่ายกลับบ้านภายหลังการบำบัด ติดตามเยี่ยมบ้านและประเมินผลภายหลังเสร็จสิ้นการบำบัด ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 16 สัปดาห์ (4 เดือน) (3) Continuous Support คือ กลุ่มช่วยเหลือตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคติดสุรา ระบบ Buddy System (ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน) และกลุ่ม Line และ (4) Collaborative Network คือ การกำหนดบทบาทของเครือข่ายและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3) ผลของการพัฒนารูปแบบการบำบัดผู้ป่วยโรคติดสุรา ด้านค่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการดื่มสุราของผู้ป่วยโรคติดสุรามากกว่าก่อนการทดลอง ปริมาณการดื่มสุราของผู้ป่วยโรคติดสุราลดลงกว่าก่อนการทดลอง โดยจำนวนวันที่หยุดดื่มสุราของผู้ป่วยโรคติดสุราหลังจำหน่าย 1, 2 และ 3 เดือน มีเพิ่มขึ้นกว่าก่อนมารับการบำบัด ความพึงพอใจของผู้ป่วยโรคติดสุรามากกว่าก่อนการทดลอง และความพึงพอใจของทีมสุขภาพ พบว่าเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการพัฒนาระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. (2013). Global action plan for the prevention and control of noncommunicable diseases 2013-2020. Geneva: World Health Organization; 65-70
World Health Organization. (2019). Global status report on alcohol and health 2018. World Health Organization. Retrieved March 20, 2019, from https:/apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/ 274603/9789241565639 -eng.pdf
อธิบ ตันอารีย์และพลเทพ วิจิตรคุณากร. (2562). สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และดัชนีความ เสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์ของจังหวัดในประเทศไทย: ข้อมูลสำรวจ พ.ศ. 2560. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 13(4): 353-367.
วารีพร ชูศรี, บุตรี โรจน์พงศ์, จุฑามาศ พรหมมนตรีและสรัญณี อุเส็นยาง. (2561). ผลกระทบต่อครอบครัวจากการดื่มสุราของผู้ป่วยโรคติดสุราที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใน เขตจังหวัดสงขลา. สงขลา: ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา.
Bonea, M., Neacsu, C.M., & Miclutia V.L. (2018). Comorbidities of alcohol use disorder. Romanian Journal of Psychiatry, 2, 63-67.
กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด. (2568). สถิติผู้ขึ้นทะเบียนบำบัดยาเสพติด. โรงพยาบาลโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม
ธิษณามา โพธิ์งาม และเพ็ญพักตร์ อุทิศ. (2561). ผลของโปรแกรมการบำบัดสัมพันธภาพของคู่สมรส แบบสั้นต่อพฤติกรรมการดื่มสุราในผู้ป่วยโรคติดสุรา. วารสารพยาบาลทหารบก, 19, 450-458.
Beck, J. S. (1995). Cognitive therapy: Basic sand beyond. New York: The Guilford Press.
Miller, W.R. & Rollnick, S. (1995). Motivational interviewing: What is MI?. Behavior and cognitive psychotherapy, Retrieved from: Http://M Motivational Interview.drg/clinical/interaction.html.
Kemmis, S., McTaggart, R., & Nixon, R. (2014). The action research planner: Doing critical participatory action research. Springer. https://doi.org/10.1007/978-981-4560-67-2.
บุปผา ศิริรัศมี, จรรยา เศรษฐบุตร, และเบญจา ยอดดำเนิน-แอ็ตติกจ์. (2544). จริยธรรมสำหรับการศึกษาวิจัยในคน. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม.
ภรภัทร สิมะวงศ์ และคณะ. (2565). ผลของโปรแกรมการบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรมโดยใช้ครอบครัวเป็นฐานและการบาบัดเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการดื่มสุราในผู้ติดสุรา. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 36(1), 1-18.
อรุณี โสตถิวนิชย์วงศ์, วิมล นุชสวาทและลวิญญ์วิชยพงศ์ ภูมิจีน. (2564). การพัฒนาโปรแกรมจิตสังคมบำบัด ผู้ป่วยโรคติดสุราต่อพฤติกรรมการลดหรือหยุดดื่ม. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 6(1), 1-8.
กนกวรรณ พวงมาลีประดับ, สมบัติ สกุลพรรณ์ และดาราวรรณ ต๊ะปินตา. (2563). ประสิทธิผลของโปรแกรมการบำบัดทาง ความคิดและพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคติดสุรา โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน. พยาบาลสาร, 47(2), 297-309.

