ผลของโปรแกรมฝึกทักษะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยเทคนิคไม่ใช้มือจับต้องต่อทักษะการให้นมทารก การขับถ่าย น้ำหนักตัว และระดับบิลิรูบินของทารกแรกเกิดในมารดาที่มีบุตรคนแรก

ผู้แต่ง

  • มินตรา ภักดีศรี นักศึกษาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการผดุงครรภ์
  • สมสกูล นีละสมิต อาจารย์สาขาการผดุงครรภ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

โปรแกรมการฝึกทักษะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่, เทคนิคไม่ใช้มือจับต้อง, ทักษะการให้นมทารก, มารดาที่มีบุตรคนแรก, ทารกแรกเกิด, ระดับบิลิรูบิน

บทคัดย่อ

     การวิจัยกึ่งทดลองแบบวัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการฝึกทักษะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยเทคนิคไม่ใช้มือจับต้องต่อทักษะการให้นมทารก การขับถ่าย น้ำหนักตัว และระดับบิลิรูบินของทารกแรกเกิด กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาหลังคลอดและทารกแรกเกิด 42 คู่ แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ 21 คู่ กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมฯร่วมกับการดูแลตามมาตรฐาน กลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว เครื่องมือทดลองคือโปรแกรมฯที่พัฒนาขึ้น มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา (IOC=0.87) รวบรวมข้อมูลด้วยแบบประเมินทักษะการให้นมทารก แบบบันทึกการขับถ่าย น้ำหนักตัว และระดับบิลิรูบินทางผิวหนังของทารกมีค่าความตรงและความเชื่อมั่นที่ 0.706  วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบความแตกต่างของข้อมูลด้วยสถิติ Chi-square test, Mann–Whitney U test และ Wilcoxon signed-rank test

     ผลการวิจัยพบว่า มารดากลุ่มทดลองมีทักษะการให้นมทารกสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (p < .001) ทารกกลุ่มทดลองมีจำนวนครั้งการขับถ่ายอุจจาระในวันที่ 3 หลังคลอดมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .008) ในขณะที่จำนวนครั้งการขับถ่ายปัสสาวะ เปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัวที่ลดลง และระดับบิลิรูบินทางผิวหนังของทารกไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

Belay G, Gerbi A, Gebremariam T, Tilahun T, Chimdi E, Etefa T. Jaundice and its associated factors among neonates admitted to selected referral hospitals in southwest Oromia, Ethiopia: multi-center cross- sectional study. Heliyon. 2023;9(5):e16019. doi:10.1016/j.heliyon.2023.e16019.

กรรณิการ์ บูรณวนิช, นันท์ธรา จักรธรานนท์. อุบัติการณ์และปัจจัยของการกลับเข้ารับการรักษาซ้ำด้วยภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด. วชิรเวชสารและวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง. 2565;66(4): 237-244.

Diala UM, Usman F, Appiah D, Hassan L, Ogundele T, Abdullahi F, Satrom KM, Bakker CJ, Lee BW, Slusher TM. Global prevalence of severe neonatal jaundice among hospital admissions: a systematic review and meta-analysis. J Clin Med. 2023;12(11):3738. doi:10.3390/jcm12113738.

Kiatchoosakun P, Jirapradittha J, Paopongsawan P, Thepsuthammarat K, Manopunya S, Sutra S. Neonatal mortality rate and burden of disease in Thai neonates: a nationwide data analysis [preprint]. Research Square. 2024. doi:10.21203/rs.3.rs-4798791/v1.

งานการพยาบาลสูติ-นรีเวชกรรม ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. รายงานภาวะตัวเหลืองหอผู้ป่วย 2ข.: สรุปรายงานอุบัติการณ์ฝ่ายการพยาบาล พ.ศ. 2561–2567 [เอกสารภายใน]. 2567.

จันทรมาศ เสาวรส. ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด: ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์. 2562; 9(1):99-109.

จารุวรรณ อาภรณ์แก้ว.การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะตัวเหลือง โรงพยาบาลหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ [รายงานการศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2557.

กฤษณา ปิงวงศ์, กรรณิการ์ กันธะรักษา. การนวดเต้านมเพื่อส่งเสริมการสร้างและหลั่งน้ำนม. พยาบาลสาร. 2560;44(4):169-176.

Kemper AR, Newman TB, Slaughter JL, Maisels MJ, Watchko JF, Downs SM, et al. Clinical practice guideline revision: management of hyperbilirubinemia in the newborn infant 35 or more weeks of gestation. Pediatrics. 2022;150(3):e2022058859. doi:10.1542/peds.2022-058859.

Meek JY, Noble L; Section on Breastfeeding. Policy statement: Breastfeeding and the use of human milk. Pediatrics.2022;150(1):e2022057988. doi:10.1542/peds.2022-057988.

วิมลรัตน์ แสงจันทร์. ผลของโปรแกรมการโค้ชมารดาต่อพฤติกรรมการป้องกันภาวะตัวเหลืองจากการได้รับน้ำนมไม่เพียงพอและระดับบิลิรูบินในเลือดของทารกเกิดก่อนกำหนดระยะท้าย [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. ชลบุรี:มหาวิทยาลัยบูรพา;2566.

พัชรา ประเสริฐวิทย์. ประสิทธิผลของการใช้แนวทางปฏิบัติการพยาบาลทารกแรกเกิดที่มีภาวะตัวเหลืองที่ได้รับการส่องไฟรักษาหอผู้ป่วยสูติกรรม 2 โรงพยาบาลอุดรธานี. วารสารการแพทย์ โรงพยาบาลอุดรธานี. 2561;25(3):273-282.

อัจฉราพร นาคฤทธิ์, บุษกร จันทร์จรมานิตย์, เรณู ดวงศรี, เขมิกา สิริโรจน์พร. ผลการเปรียบเทียบความสำเร็จในการสอนมารดาหลังผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้องครรภ์แรกที่เลี้ยงลูกด้วยนมมารดาอย่างเดียวโดยใช้เทคนิคไม่ใช้มือจับต้องและใช้มือจับต้อง.วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์. 2563;11(2):42-63.

บุษกร จันทร์จรมานิตย์, กรรณิการ์ กันธะรักษา, พรรณพิไล ศรีอาภรณ์. ผลของการสอนโดยใช้เทคนิคไม่ใช้มือจับต้องต่อความสำเร็จในการเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาอย่างเดียวของมารดาที่มีบุตรคนแรก. พยาบาลสาร. 2558;42(3):24-36.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.

Bandura A. Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev. 1977;84(2):191-215. doi:10.1037/0033-295X.84.2.191.

Bloom BS, Hastings JT, Madaus GF. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971.

Dräger. Dräger Jaundice Meter JM-105 [Internet]. Lübeck: Dräger; 2024 [cited 2024 Dec 20]. Available from: https://www.draeger.com/th_th/Products/Jaundice-Meter-JM-105

บุญใจ ศรีสถิตนรากูร. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพยาบาลศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: ยูแอนด์ไอ อินเตอร์มีเดีย จำกัด; 2553.

Cohen J. A coefficient of agreement for nominal scales. Educ Psychol Meas. 1960;20(1):37-46. doi:10.1177/001316446002000104.

Landis JR, Koch GG. The measurement of observer agreement for categorical data. Biometrics.1977;33(1):159-174.

Brockway M, Benzies K, Hayden KA. Interventions to increase breastfeeding self-efficacy and resultant breastfeeding rates: a systematic review and meta-analysis. J Hum Lact. 2017;33(3):486-499. doi:10.1177/0890334417707957.

Chipojola R, Chiu HY, Huda MH, Turner K. Effectiveness of theory-based educational interventions on breastfeeding self-efficacy and breastfeeding outcomes among postpartum women: a systematic review and meta-analysis. Int J Nurs Stud. 2020;111:103770. doi:10.1016/j.ijnurstu.2020.103770.

นงนุช เจริญสุระสถล, พรรณรัตน์ แสงเพิ่ม, สุภาพันธ์ เหมือนวัดไทร, พฤหัส จันทร์ประภาพ. ผลของการสอนการจัดท่าให้นมลูกโดยการสาธิตต่อประสิทธิภาพการให้นมแม่ ความมั่นใจของแม่ก่อนจำหน่ายกลับบ้าน และอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวของมารดาหลังคลอด. Nursing Science Journal of Thailand. 2562;37(3):79-90.

American College of Obstetricians and Gynecologists. Breastfeeding challenges: ACOG Committee Opinion No. 820. Obstet Gynecol. 2021;137(2):e42-e53. doi:10.1097/AOG.0000000000004253.

World Health Organization, United Nations Children’s Fund. Implementation guidance: protecting, promoting, and supporting breastfeeding in facilities providing maternity and newborn services: the revised Baby-friendly Hospital Initiative 2018. Geneva: World Health Organization; 2018.

Kellams A, Harrel C, Omage S, Gregory C, Rosen-Carole C. ABM clinical protocol #3: supplementary feedings in the healthy term breastfed neonate, revised 2017. Breastfeed Med. 2017;12(3):188-198. doi:10.1089/bfm.2017.29038.ajk.

หนูนิด เวชกามา, ลำพงษ์ ศรีวงค์ชัย. ผลการจัดท่าอุ้มให้นมลูกและการงับอมหัวนมต่อประสิทธิภาพการดูดนมแม่ และภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด โรงพยาบาลยโสธร. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9. 2566;17(2):677-688.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

ภักดีศรี ม., & นีละสมิต ส. (2026). ผลของโปรแกรมฝึกทักษะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยเทคนิคไม่ใช้มือจับต้องต่อทักษะการให้นมทารก การขับถ่าย น้ำหนักตัว และระดับบิลิรูบินของทารกแรกเกิดในมารดาที่มีบุตรคนแรก. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1946–1959. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/299482