การพัฒนารูปแบบการจัดการความปลอดภัยด้านการใช้ยา ในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ภายใต้ระบบบริการเภสัชกรรมปฐมภูมิ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี
คำสำคัญ:
ความปลอดภัยด้านการใช้ยา, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, เภสัชกรรมปฐมภูมิบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การใช้ยาในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ภายใต้ระบบบริการเภสัชกรรมปฐมภูมิ และพัฒนารูปแบบการจัดการความปลอดภัยด้านการใช้ยาในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ภายใต้ระบบบริการเภสัชกรรมปฐมภูมิ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรีดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ศึกษาสถานการณ์และพัฒนารูปแบบ นำรูปแบบไปใช้และปรับปรุง และประเมินผลต่อเนื่องพร้อมขยายการใช้รูปแบบ กลุ่มประเมินผลเป็นผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 382 คน ติดตาม 3 ช่วงเวลา และทีมสหวิชาชีพ 13 คน เครื่องมือประกอบด้วยแบบบันทึกข้อมูลและความถูกต้องในการใช้ยา แบบบันทึกปัญหาจากการใช้ยาและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยา แบบบันทึกความคลาดเคลื่อนทางยา แบบประเมินความร่วมมือในการใช้ยา แบบประเมินความพึงพอใจ และแนวคำถามเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Friedman test, Cochran’s Q test, McNemar test และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ การประเมินความเสี่ยงด้านยา การทบทวนรายการยา การให้คำปรึกษาด้านยา การติดตามการใช้ยา การเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยา และการประสานงานกับทีมสหวิชาชีพ ภายหลังใช้รูปแบบ ความถูกต้องในการใช้ยาเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 66.75 เป็น 92.41 และคะแนนความร่วมมือในการใช้ยาเพิ่มขึ้นจาก 23.40 เป็น 26.58 คะแนน โดยแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ปัญหาจากการใช้ยาและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความคลาดเคลื่อนทางยาลดลงจากร้อยละ 8.90 เป็น 5.50 แต่ไม่แตกต่างกัน (p=0.086) ระยะขยายผลมีผู้ผ่านเกณฑ์ 900 คน ได้รับรูปแบบ 720 คน คิดเป็นร้อยละ 80.00 และในผู้ที่มีข้อมูลก่อน–หลังครบคู่ 222 คน พบความถูกต้องและความร่วมมือในการใช้ยาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปได้ว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการจัดการปัญหาด้านยาและสนับสนุนความต่อเนื่องของบริการเภสัชกรรมปฐมภูมิได้ โดยควรให้ความสำคัญกับระบบติดตามและความครบถ้วนของข้อมูลในการขยายการใช้รูปแบบต่อไป
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization.(2019). Medication safety in polypharmacy: technical report. Geneva: World Health Organization; 2019.
นันทพร ริยะวงษ์, กรแก้ว จันทภาษา.(2568). พฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2568;17(3):711–25.
World Health Organization.(2019). Medication safety in transitions of care. Geneva: World Health Organization; 2019.
อมรรัตน์ เต็มวงษ์, สุรัชดา ชนโสภณ, สายทิพย์ สุทธิรักษา.(2565). ผลการพัฒนากระบวนการประสานรายการยาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ ณ อำเภอภูหลวง. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2565;14(1):140–53.
ปภาวี วันเพ็ญ, พรรณทิพา ศักดิ์ทอง.(2567). ผลของการบริบาลทางเภสัชกรรมโดยใช้แบบสอบถามพร้อมท์กับผลลัพธ์ด้านปัญหาจากการใช้ยาในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่ได้เข้ารับการบำบัดทดแทนไต. วารสารเภสัชกรรมไทย. 2567;16(1):190–204.
โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช.(2568). [ข้อมูลบริการผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและความปลอดภัยด้านการใช้ยา ปี 2568] [เอกสารภายใน]. ลพบุรี: โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช; 2568.
Cipolle RJ, Strand LM, Morley PC.(2012). Pharmaceutical care practice: the patient-centered approach to medication management services. 3rd ed. New York: McGraw-Hill; 2012.
National Coordinating Council for Medication Error Reporting and Prevention.(2022). NCC MERP index for categorizing medication errors [Internet]. 2022 [cited 2026 Sep 13]. Available from: https://www.nccmerp.org/sites/default/files/index-color-2021-draft-change-10-2022.pdf
วิภาวรรณ การค้า.(2567). ผลลัพธ์ของการพัฒนาระบบจัดการปัญหาด้านยาโดยเภสัชกรร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ในคลินิกโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารโรงพยาบาลนครพนม. 2567;11(2):E273246.
ชุตานันท์ สมภูมิ, เชิดชัย สุนทรภาส, สุธาร จันทะวงศ์, นพพล คำภูมี.(2566). ผลลัพธ์ของการจัดการด้านยาในผู้ป่วยสูงอายุไตวายเรื้อรัง คลินิกโรคไตวายเรื้อรัง โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2566;16(2):32–46.
Torres-Robles A, Benrimoj SI, Gastelurrutia MA, Martinez-Martinez F, Peiro T, Perez-Escamilla B, et al.(2022). Effectiveness of a medication adherence management intervention in a community pharmacy setting: a cluster randomised controlled trial. BMJ Qual Saf. 2022;31(2):105–15. doi:10.1136/bmjqs-2020-011671.
Bischof T, Schmidt-Ilsinger A, Hoppel M, Kreuzer A, Briganser S, Saiko P, et al.(2025). Effects of a community pharmacy-based structured medication review on drug-related problems in all-comers with polypharmacy: a randomized, controlled, double-blind, parallel-group trial. Front Med (Lausanne). 2025;12:1656595. doi:10.3389/fmed.2025.1656595.

