การพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดจากการใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง: กรณีศึกษาเปรียบเทียบ

ผู้แต่ง

  • สีนวล สารขันธ์ กลุ่มงานการพยาบาลด้านการควบคุมและการป้องกันการติดเชื้อ โรงพยาบาลขอนแก่น

คำสำคัญ:

สวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง, การติดเชื้อในกระแสเลือดจากการใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง, การพยาบาล

บทคัดย่อ

      การศึกษานี้เป็นกรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยง ลักษณะทางคลินิก การรักษา และบทบาทการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตที่เกิด Central Line Associated Blood Stream Infection (CLABSI) จำนวน 2 ราย โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดร่วมกับกระบวนการพยาบาล

      กรณีศึกษารายที่ 1 เป็นผู้ป่วยหญิงอายุ 60 ปี มีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหืด และประวัติโรคหลอดเลือดสมอง เข้ารับการรักษาด้วยภาวะช็อก ระบบหายใจล้มเหลว DKA/HHS, Thyroid Storm และ Acute Kidney Injury ต้องได้รับเครื่องช่วยหายใจ ยากระตุ้นความดันโลหิต การแลกเปลี่ยนพลาสมา และการบำบัดทดแทนไต ต่อมาตรวจพบ Acinetobacter Baumannii ดื้อยาหลายขนิดในกระแสเลือด เกิด CLABSI ร่วมกับ Septic Shock และ Multiorgan Failure ก่อนเสียชีวิตหลังรักษา 19 วัน

      กรณีศึกษารายที่ 2 เป็นผู้ป่วยชายอายุ 60 ปี มีความดันโลหิตสูงและสงสัยโรคตับแข็ง เข้ารับการรักษาด้วย Progressive Dysphagia, Severe Hyponatremia และ Proximal Muscle Weakness ร่วมกับสงสัย Dermatomyositis ต่อมามี Respiratory Failure, Aspiration Pneumonia และ Severe Upper Gastrointestinal Bleeding ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและ Central Venous Catheter ภายหลังพบ Acinetobacter Baumannii ดื้อยาหลายขนิดในกระแสเลือด เกิด CLABSI ร่วมกับ Septic Shock และ Multiorgan Failure ก่อนเข้าสู่การดูแลแบบประคับประคองและจำหน่ายกลับบ้านวันที่ 11 ของการรักษา

      ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ภาวะเจ็บป่วยวิกฤตหลายระบบ การใช้เครื่องช่วยหายใจ การได้รับยากดภูมิคุ้มกัน การใช้ Vasopressor การทำหัตถการผ่านสายสวนหลายครั้ง และการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ บทบาทสำคัญของพยาบาล ได้แก่ การปฏิบัติตาม CLABSI Bundle การประเมินความจำเป็นของสายสวนทุกวัน การเฝ้าระวังภาวะ Sepsis การควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ และการสนับสนุนครอบครัวในการตัดสินใจระยะท้ายของชีวิต

เอกสารอ้างอิง

Buetti N, Marschall J, Drees M, Fakih MG, Hadaway L, Maragakis LL, et al. Strategies to prevent central line-associated bloodstream infections in acute-care hospitals: 2022 Update. Infect Control Hosp Epidemiol. 2022;43(5):553-569.

Centers for Disease Control and Prevention. Guidelines for the Prevention of Intravascular Catheter-Related Infections. Atlanta: CDC; 2017.

Mermel LA, Allon M, Bouza E, Craven DE, Flynn P, O’Grady NP, et al. Clinical practice guidelines for the diagnosis and management of intravascular catheter-related infection: 2009 Update by the Infectious Diseases Society of America. Clin Infect Dis. 2009;49(1):1-45.

Tamma PD, Heil EL, Justo JA, Mathers AJ, Satlin MJ, Bonomo RA. Infectious Diseases Society of America 2024 guidance on the treatment of antimicrobial-resistant Gram-negative infections. Clin Infect Dis. 2024;ciae403.

Wong D, Nielsen TB, Bonomo RA, Pantapalangkoor P, Luna B, Spellberg B. Clinical and pathophysiological overview of Acinetobacter baumannii infection: a century of challenges. Clin Microbiol Rev. 2017;30(1):409-447.

Holloway NM. Nursing the critically ill adult. Menlo Park (CA): Addison-Wesley; 1979.

โพธิดารา เยาวลักษณ์, ธันยสวัสดิ์ ธัญญาสิริ. ผลของการใช้แบบประเมินผู้ป่วยภาวะวิกฤตตามแนวคิด FANCAS ในกระบวนวิชาฝึกปฏิบัติการพยาบาล. พยาบาลสาร. 2563;47(2)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

สารขันธ์ ส. (2026). การพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดจากการใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง: กรณีศึกษาเปรียบเทียบ. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 768–779. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300412