การพัฒนารูปแบบการพยาบาลบูรณาการหลักศาสนาอิสลาม (MAYO Care Model) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยา และลดการตีตราตนเองของผู้ป่วยเอชไอวี โรงพยาบาลมายอ จังหวัดปัตตานี

ผู้แต่ง

  • อุสนีย์ แวลี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลมายอ จังหวัดปัตตานี

คำสำคัญ:

รูปแบบการพยาบาลบูรณาการหลักศาสนาอิสลาม, ความร่วมมือในการรับประทานยา, การตีตราตนเอง, ผู้ป่วยเอชไอวี

บทคัดย่อ

      การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) ร่วมกับแบบแผนกึ่งทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียววัดก่อนและหลัง (One-group pretest–posttest design) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหาปฏิบัติการพยาบาล และความต้องการการพัฒนา พัฒนาและนำรูปแบบการพยาบาลบูรณาการหลักศาสนาอิสลาม (MAYO Care Model) ไปใช้ ศึกษาผลของรูปแบบต่อความร่วมมือในการรับประทานยาและการตีตราตนเองของผู้ป่วยเอชไอวี และศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จของรูปแบบ โรงพยาบาลมายอ จังหวัดปัตตานี เก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคม 2568 – กรกฎาคม 2569 รวมระยะเวลา 8 เดือน กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ป่วยเอชไอวีมุสลิมที่ขึ้นทะเบียนและรับยาต้านไวรัสตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ณ คลินิกยาต้านไวรัส โรงพยาบาลมายอ จำนวน 23 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือ ได้แก่ โปรแกรม MAYO Care Model แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล (เพศ อายุ สถานภาพสมรส การศึกษา อาชีพ รายได้ สิทธิการรักษา และกลุ่มผู้ป่วย) แบบสัมภาษณ์การรับประทานยาของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แบบสัมภาษณ์การตีตราตนเองของผู้มีเชื้อเอชไอวีของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแนวคำถามการสนทนากลุ่ม (Focus group discussion) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ paired t-test

      ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยเอชไอวีส่วนมากเป็นเพศหญิง ร้อยละ 78.26 อายุส่วนมาก 40–49 ปี ร้อยละ 47.83 (Mean±SD = 46.22±10.23, Min = 13, Max = 62) สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 52.17 การศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 73.91 และประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ร้อยละ 65.22 การพัฒนารูปแบบประกอบด้วย 4 แนวทาง ดังนี้ 1) ประเมินและให้คำปรึกษาตามหลักศาสนาอิสลาม เพื่อปรับความเชื่อที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโรคและการรับประทานยา 2) ให้ความรู้และปรับตารางการรับประทานยาให้สอดคล้องกับศาสนบัญญัติและวิถีชีวิตในช่วงถือศีลอด 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว คู่บัดดี้ และผู้นำศาสนา ในการให้กำลังใจ และ 4) สร้างพื้นที่ปลอดภัยในคลินิก รักษาความลับ และติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ผลของการใช้รูปแบบพบว่า ระดับการตีตราตนเองลดลงจากร้อยละ 37.64 เป็นร้อยละ 27.17 (t = 3.87, p = .001) ค่าเฉลี่ยคะแนนความร่วมมือในการรับประทานยาเพิ่มขึ้นจาก 82.35 เป็น 94.78 (t = 5.42, p < .001) และผู้ป่วยที่มี adherence ตั้งแต่ร้อยละ 95 ขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 73.91 เป็นร้อยละ 100 ผู้ป่วยทุกรายมีระดับ HIV viral load ไม่เกิน 1,000 copies/ml และไม่พบการใช้สูตรยาดื้อยาในปี 2568–2569

เอกสารอ้างอิง

Joint United Nations Programme on HIV/AIDS. (2026b). Global HIV statistics: Fact sheet 2026.

เดลินิวส์. (2569). กรมควบคุมโรคชี้ "เอชไอวี ตรวจเร็ว รู้ทัน ป้องกันได้" ย้ำใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งลดเสี่ยงติดเชื้อ. https://www.dailynews.co.th/news/5638125/

Katz, Ingrid T., Ryu, Annemarie E., Onuegbu, Afiachukwu G., Psaros, Christina, Weiser, Sheri D., Bangsberg, David R., & Tsai, Alexander C. (2013). Impact of HIV-related stigma on treatment adherence: Systematic review and meta-synthesis. Journal of the International AIDS Society, 16(3 Suppl 2), 18640.

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา. (2566). สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ วันเอดส์โลก 1 ธันวาคม 2566 เน้นย้ำ Let Communities Lead: ทุกภาคส่วน ร่วมกัน ยุติเอดส์. กรมควบคุมโรค.

Perngmark, Pajongsil, Sahawiriyasin, Oatcharaphon, & Holroyd, Eleanor. (2023). Experiences of Thai-Muslim patients regarding inconsistent antiretroviral therapy adherence: An exploratory descriptive qualitative study. Belitung Nursing Journal, 9(3), 253–261.

Goffman, Erving. (1963). Stigma: Notes on the management of spoiled identity. Prentice-Hall.

Uthis, Penpaktr, Suktrakul, Sunisa, Wiwatwongwana, Rangsima, Tangmunkongvorakul, Arunrat, Sripan, Patumrat, & Srithanaviboonchai, Kriengkrai. (2023). The Thai Internalized HIV-related Stigma Scale. Frontiers in Psychology, 14, Article 1134648.

Rosenstock, Irwin M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2(4), 328–335.

Bandura, Albert. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191–215.

Gibson, Cheryl H. (1991). A concept analysis of empowerment. Journal of Advanced Nursing, 16(3), 354–361.

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา. (2567). สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ตรวจเอชไอวี 1 กรกฎาคม 2567"เอชไอวี ตรวจฟรีตรวจง่าย ตรวจได้ด้วยตัวเอง".ThaiPR.net. https://www.ryt9.com/s/prg/3527820

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี. (2568). ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป จังหวัดปัตตานี. https://ptn.moph.go.th/eoc/wp-content/.pdf

Perngmark, Pajongsil, Sahawiriyasin, Oatcharaphon, & Holroyd, Eleanor. (2025). Integrated Islamic doctrine to promote antiretroviral therapy adherence among southern Thai-Muslim patients: Action research study. Journal of Transcultural Nursing.

Kemmis, S., McTaggart, R., & Nixon, R. (2014). Introducing critical participatory action research. The action research planner: Doing critical participatory action research, 1–31.

ฉัตรชัย ไตรยราช. (2567). แนวทางลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ คลินิกพิเศษ ARV โรงพยาบาลนาแก จังหวัดนครพนม. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 6(2), 316–329.

กฤษณา หวังมุขกลาง, วิมลรัตน์ บุญเสถียร และน้ำอ้อย ภักดีวงศ์. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสม่ำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีของผู้ติดเชื้อเอชไอวีวัยผู้ใหญ่ในโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารโรคเอดส์, 36(3), 121–134.

พนมสินธุ์ ศรีชาดา และภัทราวดี สุวรรณศรี. (2567). ความร่วมมือในการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ในโรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 8(16), 135–150.

จิรัฐติกาล สุตวณิชย์, นิอร อริโยทัย และนาวา ผานะวงศ์. (2566). ผลของโปรแกรมการมีส่วนร่วมของผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในการลดการตีตราตนเองในโรงพยาบาลอากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร. วารสารโรคเอดส์, 35(3), 127–139.

Bukhori, Baidi, Hidayanti, Ema, & Situmorang, Dominikus David Biondi. (2022). Religious coping strategies for people with HIV/AIDS (PLWHA) Muslims in Indonesia: A qualitative study with a telling-the-stories. Heliyon, 8(12), Article e12208.

Dhir, Amit "Mickey", Singh, Amteshwar, Solomon, Sunil, & Farley, Jason E. (2025). Interventions for stigma reduction in HIV treatment and prevention designed to enhance antiretroviral uptake and adherence: A systematic review. PLOS Global Public Health, 5(5), Article e0004604.

นงนุช มนตรีกุล ณ อยุธยา. (2568). ผลของโปรแกรมลดการตีตราตนเองของผู้อยู่ร่วมกับเอชไอวี โรงพยาบาลคลองหอยโข่ง (ยุวสมาคมแห่งประเทศไทย) อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา. วารสารโรคเอดส์, 37(1), 36–45.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

แวลี อ. (2026). การพัฒนารูปแบบการพยาบาลบูรณาการหลักศาสนาอิสลาม (MAYO Care Model) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการรับประทานยา และลดการตีตราตนเองของผู้ป่วยเอชไอวี โรงพยาบาลมายอ จังหวัดปัตตานี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 1474–1484. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300503