การบริหารองค์การตามหลักจริยศาสตร์ในพุทธศาสนา

ผู้แต่ง

  • พระครูศรีปริยัติวิธาน (แม้น ทองวิจิตต์) อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาชาวิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย
  • สุชาติ ค้าทางชล นักวิชาการอิสระ
  • เสาวภาคย์ แหลมเพ็ขร อาจารย์ประจำมหาวิมทยาลัยเกริก
  • บำรุง ตั้งสง่า นักวิชาการอิสระ
  • ปิยะชาติ ประทุมพร อาจารย์ประจําสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

คำสำคัญ:

การบริหาร, จริยศาสตร์, พุทธศาสนา

บทคัดย่อ

มนุษย์ในสังคมหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ที่มีความเชื่อ แนวคิด อุปนิสัย ทัศนคติและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน มารวมกันอยู่ภายในอาณาเขตเดียวกันจึงทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องหาการบริหารและการปกครองที่เหมาะสมมาใช้ในสังคม เพื่อให้สังคมนั้น ๆดำเนินไปได้ด้วยดี คือมีความสงบเรียบร้อยมีความยุติธรรม มีความสามัคคี ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม จะต้องมีการนำหลักการบริหารและการปกครองที่เหมาะสมมาใช้ ซึ่งหากไม่มี ก็อาจทำให้สังคมนั้นประสบกับความสับสนยุ่งเหยิง เกิดความแตกแยก แย่งชิงผลประโยชน์ตามมา อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังที่เห็นได้ในสังคมต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้การบริหารและการปกครองที่เหมาะสมจึงเป็นที่ต้องการของทุก ๆ สังคม เพราะข้อนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้มาซึ่งการมีเสถียรภาพทางสังคมและการนำสังคมไปสู่ความเจริญก้าวหน้า ความผาสุกการบริหารและการปกครองของสังคมในอดีตมีความสัมพันธ์กับศาสนาอย่างใกล้ชิด มีการพึ่งพิงอาศัยซึ่งกันและกัน ศาสนาจึงเป็นที่มาของอุดมการณ์รูปแบบเดียวเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการธำรงรักษาความชอบธรรมของการบริหารและการปกครองและการยอมรับของประชาชนที่มีต่อผู้ปกครองสังคมไทยได้รับอิทธิพลคำสอนของพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับการบริหารและการปกครอง โดยเฉพาะที่นำมาจากคัมภีร์เช่น หลักสังคหวัตถุ 4,ทศพิธราชธรรม พละ 5 ของกษัตริย์ เว้นจากอคติ 4 ซึ่งเป็นธรรมของพระราชา ผู้นำ ผู้ปกครองโดยตรง ราชวสดีธรรม 49 ประการ ซึ่งเป็นธรรมของข้าราชการเมื่อมองในแง่รัฐศาสตร์ ก็คือหลักแห่งการบริหารและการปกครองกายและใจ ซึ่งเมื่อนำปฏิบัติตามแล้วจะทำให้ชีวิตดำเนินไปในแนวทางที่ถูกต้องและก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ตนเองและสังคม

เอกสารอ้างอิง

1.นาวินถาวโร (ฉุนแสนดี), พระ. (2550). “รัฐศาสตร์แนวพุทธ : ศึกษาเฉพาะกรณีสังคหวัตถุ 4 กับนักการปกครองการ”. วิทยานิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

2.เปลื้อง ณ นคร. (2544). พจนะภาษา. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.

3.พระเทพโสภณ (ประยูร ธมฺมจิตโต). (2538). ประมวลการสอนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

4.พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2538). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

5.พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 11.กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

6.พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2538). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

7.พระราชธรรมนิเทศ (ระแบบ ฐิตญาโณ). (2546). ธรรมปริทรรศน์ 2. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

8.พระสิริมังคลาจารย์. (2537). มังคลัตถทีปนี แปล เล่ม 3. พิมพ์ครั้งที่ 18. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

9.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. เล่ม 14, 15, 20, 21, 22, 24. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.

10.สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (2511). พุทธศาสนสุภาษิต. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

11.สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (2538). สารานุกรมพระพุทธศาสนา. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

12.สมัคร บุราวาส. (2530). ทศพิธราชธรรม. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.

13.หลวงพ่อทัตตชีโว, “หลวงพ่อตอบปัญหา”, อยู่ในบุญ, ปีที่ 9 ฉบับที่ 52 (กุมภาพันธ์ 2550) : 35-36.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-13

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ