การวิเคราะห์เนื้อหาและกระบวนการเขียนแผนการพยาบาลในวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์ 1: มุมมองด้านอรรถลักษณ์และภาษาศาสตร์เชิงระบบและหน้าที่

ผู้แต่ง

  • อุดมกฤษฏิ์ ศรีนนท์ อาจารย์ประจำ โครงการจัดตั้งภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  • รัศมี ศรีนนท์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ

คำสำคัญ:

การวิเคราะห์อรรถลักษณ์, เนื้อหาทางการพยาบาล, การเขียนรายงานข้อมูล, การเขียนอธิบายความ

บทคัดย่อ

            การวิจัยนี้รายงานการวิเคราะห์อรรถลักษณ์ทางการพยาบาลเพื่อการเรียนการสอนด้านการพยาบาลที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบโครงสร้างเนื้อหาที่ใช้สำหรับการเรียนการสอนการวางแผนทางการพยาบาลสำหรับมารดาและทารกในระยะหลังคลอดซึ่งเขียนโดยนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณทิต ชั้นปีที่ 3 ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติวิชาปฏิบัติการพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์ 1 เนื้อหาที่ใช้ในการวิเคราะห์ประกอบด้วยเนื้อหาที่เป็นปัญหาทางการพยาบาลที่เลือกมา 4 รูปแบบ ได้แก่ การมีโอกาสการตกเลือดหลังของมารดาหลังคลอดปกติ การมีโอกาสติดเชื้อที่โพรงมดลูกและแผลฝีเย็บความเจ็บปวดที่มดลูกแผลและแผลผีเย็บการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการติดเชื้อของทารกแรกเกิด ผลการวิเคราะห์ข้อมูลแสดงให้เห็นว่ารูปแบบอรรถลักษณ์การเขียนแผนและเนื้อหาทางการพยาบาลเน้นวัตถุประสงค์ เนื้อหา และวิธีการดูแลมารดาและทารกในสถานการณ์ต่างๆ การศึกษา ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่า การใช้เนื้อหาการเรียนสำหรับนักศึกษาพยาบาลช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาค้นหาข้อมูลสนับสนุนที่เป็นข้อมูลที่ได้จากผู้รับบริการข้อมูลที่ได้นำไปสู่การเขียนการวินิจฉัยทางการพยาบาลที่เกี่ยวกับผู้รับการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือ การวินิจฉัยทางการพยาบาลประกอบไปด้วยปัญหาของผู้รับการบริการ สาเหตุของปัญหาซึ่งทำให้นักศึกษาสามารถเขียนวัตถุประสงค์ทางการพยาบาล การแก้ปัญหาให้ผู้รับการบริการได้และนักศึกษายังสามารถเขียนเกณฑ์การประเมินผลทางการพยาบาลและสามารถให้การพยาบาลได้อย่างถูกต้องเหมาะสมยิ่งขึ้น และนักศึกษาสามารถประเมินผลการพยาบาลได้โดยขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมา  นอกจากนี้ ผลการวิจัยพบว่า มีอรรถลักษณ์ในการเขียนแผนการพยาบาล 2 ประเภทคือ การเขียนรายงานข้อมูล (Information report genre) ซึ่งเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลของผู้รับการบริการ และการเขียนแบบอธิบายความ (Explanation genre) ซึ่งอธิบายสาเหตุและผลผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะจากการวิจัยว่า  นักศึกษาพยาบาลควรให้ความสำคัญกับประวัติของผู้รับการบริการซึ่งจะช่วยทำให้เข้าใจบริบทต่างๆของผู้รับการบริการมากขึ้นและควรมีการนำวงจรการเรียนการสอน (Teaching and learning cycle) ของการเรียนการสอนภาษาศาสตร์เชิงอรรถวิธีมาประยุกต์ใช้ในการเขียนแผนการพยาบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเรียนการสอนต่อไป

เอกสารอ้างอิง

รัศมี ศรีนนท์ และคณะ (2560) การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ที่

ด้วยอรรถลักษณ์วิธี วารสารสมาคมพยาบาลฯ แห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ ปีที่ 23 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรฎาคม – ธันวาคม 2560 หน้า 48-58.

Davis, R. H. (2015). A genre analysis of medical research articles (Doctoral Dissertation). Retrieved from http://theses.gla.ac.uk/6724/1/2015DavisPhd.pdf on 03.01.2015

Ghazanfari ,Mohammad, Mohtasham, Neda Hosseiniand Amirsheibani, Morteza (2016)

Genre Analysis of Nursing and ELT Academic Written Discourse, Journal of Language Teaching and Research 7(5):973DOI: 10.17507/jltr.0705.19

Hyland, K. (2003). "Genre-based pedagogies: A social response to process." Journal of Second Language Writing 12(1): 17-29.

Hyland, K. (2012). Disciplinary identities: individuality and community in academic discourse. Cambridge: Cambridge University Press.

Kanoksilapatham, B. (2005). Rhetorical structure of biochemistry research articles. English for specific purposes, 24(3), 269-292. http://dx.doi.org/10.1016/j.esp.2004.08.003

UZUN, K. (2016) A Genre Analysis of the Methodology Sections of Descriptive Medical –Surgical Nursing Articles Journal of Computer and Education Research Volume 4 Issue

, 65-81

Martin, J. R. (2009). "Genre and language learning: A social semiotic perspective." Linguistics and Education 20(1): 10-21.

Martin, J. R. and D. Rose (2007). "Interacting with Text: the role of dialogue in learning to read and write." Foreign Studies Journal Beijing 2007

Martin, J. R. and D. Rose (2008). Genre Relations: Mapping Culture. London, Equinox.

Millar, N., & Budgell, B. S. (2008). The language of public health – a corpus-based analysis. Journal of public health, 16, 369-374. doi: 10.1007/s10389-008-0178-9.

Paltridge, B. (2001). Genre and the language learning classroom. Ann Arbor: The University of Michigan Press.

Srinon, U. (2011). A longitudinal study of developments in the academic writing of Thai university students in the context of a genre based pedagogy. Doctor of Philosophy, University of Adelaide, Australia.

Swales, J. (2004). Research genres: Exploration and applications. Cambridge: Cambridge University Press

Swales, J. (1990). Genre analysis. Cambridge: Cambridge University Press.

Taylor, Carol (2008). “The Nursing Process.” Fundamentals of Nursing: The Art and Science of Nursing Care. Seventh ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins, 2008. 332-45. Print.

Williams, L. & Wilkins (2013). Nursing care planning made incredibly easy. 2nd Edition.

Wolters Kluwer. China.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-05-25

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย