การเปิดรับสื่อและความพึงพอใจต่อข่าวสารของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ผู้แต่ง

  • สรายุทธ มหวลีรัตน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • สุพิตร สมาหิโต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • วีระพงษ์ บางท่าไม้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • อนุชิต กุลวานิช มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • บรรจบ ภิรมย์คำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
  • เพ็ญศรี บางบอน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

คำสำคัญ:

การเปิดรับสื่อ, ความพึงพอใจข่าวสาร, สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

บทคัดย่อ

            การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การเปิดรับสื่อสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 2) ความพึงพอใจต่อข่าวสารของสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อและความพึงพอใจต่อข่าวสารของสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยการการเก็บรวมข้อมูลการแจกแบบสอบถามให้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ชมการแข่งขันบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยการผ่านทางบุรีรัมย์ ช็อป สยามสแควร์ จำนวน 114 คน และผ่านทางสนามฟุตบอลสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำนวน 200 คน ให้ครบตามจำนวนที่ผู้วิจัยกำหนดไว้ซึ่งมีทั้งหมด 314 ชุด โดยใช้ระยะเวลาช่วงต้นการแข่งขันฟุตบอลไทยลีค 1 ฤดูกาล 2560  เป็นระยะเวลา 1 เดือน การและใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติเชิงอนุมาน การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของประชากร 2 กลุ่ม โดยใช้ Independent Sample t-test และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) กีฬาฟุตบอลนั้นจะอยู่ในความสนใจของเพศชายมากกว่า มีความสนใจมากกว่าเพศหญิง อายุของกลุ่มตัวอย่างส่วน ใหญ่จะอยู่ในช่วง 24-35 ปี และเป็นพนักงานบริษัทมากที่สุด ในส่วนรายได้ต่อเดือนส่วนใหญ่ของกลุ่มตัวอย่างอยู่ในช่วง 20,001-25,000 บาท ลำดับความถี่ของการเปิดรับสื่อสโมสร คือ สื่ออินเทอร์เน็ต เพราะสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่เปิดรับง่าย สามารถถ่ายทอดข่าวสารการประชาสัมพันธ์ไปสู่คนจำนวนมาก และสามารถทำการสื่อสารสองทาง  รองลงมา คือ สื่อกิจกรรมซึ่งสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ดีโดยผ่านการรับรู้และการจดจาเฉพาะบุคคล อันดับสุดท้ายคือสื่อสิ่งพิมพ์/สื่อนอกบ้าน เป็นเพราะผู้ชมได้เห็นและผ่านตาในเวลาที่มีการแข่งขันเท่านั้น 2) ความพึงพอใจต่อข้อมูลข่าวสารของสโมสรของกลุ่มตัวอย่าง มี 2 ด้าน ด้านแรกคือความพึงพอใจด้านเนื้อหาของข่าวสาร ด้านที่สองคือ รูปแบบของข่าวสาร ส่วนในด้านเนื้อหาของข่าวสาร ได้แก่ ภาษาที่เข้าใจได้ง่ายที่มีความพึงพอใจมากที่สุด เพราะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเปิดรับ ในส่วนด้านความพึงพอใจรูปแบบข่าวสาร ได้แก่ รูปแบบที่ทันสมัยอยู่ในระดับที่มีความพึงพอใจมากที่สุด เพราะข้อมูลสโมสรต้องมีความเป็นปัจจุบันและทันตามกระแสต่อการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขัน รวมไปถึงข่าวสารทั่วไปที่มีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน และ 3) การเปิดรับสื่อ มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจต่อข่าวสารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และมีในระดับสูง กล่าวคือ ยิ่งผู้ชมการแข่งขันมีการเปิดรับสื่อในเชิงบวกมากขึ้นจะมีความพึงพอใจต่อข่าวสารสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดมากยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นว่าการเปิดรับสื่อ และความพึงพอใจต่อข่าวสารของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทำให้ผู้ชมการแข่งขันได้รับข่าวสารเกี่ยวกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดพฤติกรรมการเปิดรับที่ดีขึ้นส่งผลให้การประชาสัมพันธ์ข่าวสารของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเกิดประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลที่ดี

เอกสารอ้างอิง

Atkin, C. (1973). Anticipated communication and mass media information seeking. New York: Free Press.

Kaewthep, K. (2002). Mass communication: Theory and guideline. 3rd ed. Bangkok: Saladang. (in Thai)

Klapper, J. T. (1960). The effects of communication. New York: Free Press.

Muangthong, A. (2014). The factors contributing to the success of public relations towards professional football games in Thailand: The case study of SCG Muangthong United. Thesis of the Degree of Master of Communication Arts. Bangkok: Sripatum University. (in Thai)

Satavatin, P. (1998). Mass communication process and theory. 2nd ed. Bangkok: Pappim. (in Thai)

Sotanasatien, S. (1990). Communication with society. Bangkok: Chulalongkorn University Press. (in Thai)

Surasondi, K. (1999). Communication knowledge. Bangkok: Thammasat University. (in Thai)

Tirattanaprakom, S. (1999). Print media exposure and Phuket travel selection of Thai tourist. Thesis of the Degree of Master of Art Program in Marketing Communications. Bangkok: University of the Thai Chamber of Commerce. (in Thai)

Wenner, P. (1985). Media gratifications research: Current perspectives. CA: Sage.

Yamane, T. (1967). Statistics, an introductory analysis. 2nd ed. New York: Harper and Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-03-08

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย