บทบาทการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น
คำสำคัญ:
บทบาท, การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม, พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์, พระสอนศีลธรรมในโรงเรียน, วัยรุ่นบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสถานภาพความสัมพันธ์ของวัยรุ่นที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ (2) เพื่อศึกษาคุณสมบัติของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน (3) เพื่อศึกษาบทบาทการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น (4) เพื่อสร้าง ทดลอง และประเมินผลประสิทธิภาพรูปแบบการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น และ (5) เพื่อจัดทำคู่มือการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างคือพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนที่สังกัดอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม จำนวน 113 คน พร้อมทั้งได้สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 5 รูป เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า (1) สถานภาพความสัมพันธ์ของวัยรุ่นที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านเพื่อน และด้านครอบครัว อยู่ในระดับมาก (2) คุณสมบัติของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน อยู่ในระดับมาก ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านสีลาจารวัตร ด้านอุดมการณ์ และด้านความรู้ความสามารถและประสบการณ์ (3) บทบาทการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น อยู่ในระดับปานกลาง 3 ด้าน คือ ด้านการฝึกอบรม ด้านการสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และด้านการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนด้านการให้ความรู้ อยู่ในระดับมาก (4) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า สถานภาพความสัมพันธ์ของวัยรุ่นและคุณสมบัติของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนกับบทบาทการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่นมีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (5) รูปแบบการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น คือ SCOTT MODEL = การสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ (Support) การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Coordinating) การให้ความรู้ (Teaching) การฝึกอบรม (Training) และ (6) คู่มือการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในกลุ่มวัยรุ่น ประกอบด้วย ความเป็นมาของรูปแบบ องค์ประกอบของรูปแบบ กิจกรรม 4 อย่าง และนิทานชาดก 7 เรื่อง
เอกสารอ้างอิง
การศาสนา, กรม. (2555). คู่มือการดำเนินงานตามโครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน, กรุงเทพ: คุรุสภา.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2541). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : เทพเนรมิต.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ, รองศาสตราจารย์. (2551). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
ธีระศักดิ์ อุ่นอารมณ์เลิศ. (2549). เครื่องมือวิจัยทางการศึกษา : การสร้างและการพัฒนา. นครปฐม: ภาควิชาพื้นฐานทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ประสิทธิวรการ (ณรงค์ ธมฺมสุนฺทโร), พระครู. (2555). การศึกษาความคาดหวังต่อบทบาทของพระสงฆ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเยาวชนกรณีศึกษา อำเภอลอง จังหวัดแพร่. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ระพิณ ชูชื่น. (2533). การศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ในการส่งเสริมจริยธรรมของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2549). โครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 6 และ 7 ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพฯ: คุรุสภา.
“สถิติารตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร”, 12 กุมภาพันธ์ 2557,
<http://www.naewna.com/local/90108> (สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2557)
<http://mbukruphra.com/plugin.php?id=aiview_dzx:pages&do=contact> (สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว