ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนประชารัฐ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2

ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนประชารัฐ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2

ผู้แต่ง

  • จิราภรณ์ ลอยขจร วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

บทคัดย่อ

โรงเรียนประชารัฐ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากนโยบายการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นการพัฒนาและยกระดับการจัดการศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานรวมถึง การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณลักษณะและสมรรถนะความเป็นผู้นำในการบริหารสถานศึกษา แต่ปัญหาปัจจุบันคือผู้บริหารสถานศึกษาบางส่วนยังไม่สามารถบริหารโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษามีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนประชารัฐ  2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนประชารัฐสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2

                ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูโรงเรียนประชารัฐ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2 จำนวน 93 คน กำหนดขนาดตัวอย่างโดยเปิดตารางสำเร็จรูปของ Krejcie and Morgan  แล้วสุ่มอย่างง่ายเพื่อหาสัดส่วนแต่ละโรงเรียน เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถามเป็น แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ0.90  และแบบสัมภาษณ์เป็นแบบมีโครงสร้าง สุ่มแบบเจาะจง ตัวอย่างที่ใช้ในการสัมภาษณ์จำนวน10 คน ได้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา 5 คน ครูผู้สอน 5 คน ของโรงเรียนประชารัฐ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่   ค่าร้อยละ (percentage)  ค่าเฉลี่ย (mean)  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และผลการสัมภาษณ์วิเคราะห์โดยการสรุปเป็นความเรียง

                ผลการวิจัย พบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหาสถานศึกษาโรงเรียนประชารัฐ ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2 โดยรวมมีพฤติกรรมที่แสดงออกอยู่ในระดับมาก ( = 3.96)  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีพฤติกรรมที่แสดงออกระดับมาก ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ ( = 4.05)  รองลงมาคือ ด้านการไว้วางใจ  ( =  3.97)  และด้านการเจรจาต่อรองทางการศึกษา  (   = 3.97)   ด้านที่มีพฤติกรรมที่แสดงออกระดับมาก ค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการบริหารเวลา (   = 3.90)   2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนประชารัฐในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีความรู้เรื่องเครื่องมือสมัยใหม่ เปิดใจกว้างสำหรับเทคโนโลยีใหม่ส่งเสริมจัดหาสื่อเทคโนโลยีสำหรับครู   ด้านการทำงานเป็นทีม พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาควรเป็นผู้นำที่เหมาะสมและมีความชัดเจนของเป้าหมาย    ด้านการเจรจาต่อรองทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีความสามารถในการพูดโน้มน้าวให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกคล้อยตาม   ด้านการสร้างมนุษย์สัมพันธ์  ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีสามารถประสานการทำงานร่วมกัน สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ด้านการบริหารเวลา  ผู้บริหารสถานศึกษาควรรู้จักวางแผนและจัดสรรเวลาในการทำงานอย่างถูกต้องเหมาะสม  ด้านการสื่อสาร  ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีทักษะการติดต่อสื่อสารที่สามารถแก้ปัญหาทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็น และด้านความไว้วางใจ  ผู้บริหารสถานศึกษาควรมอบหมายงานให้กับบุคลากรตามความรู้ ความถนัด และความสามารถของบุคลากรแต่ละคน ประโยชน์จากการวิจัยทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูได้ข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาโดยเฉพาะการพัฒนาด้านการบริหารเวลาและในการนำผลการวิจัยไปใช้วางแผนกำหนดนโยบายการบริหารการจัดการสถานศึกษา และเป็นแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุน ปรับปรุง และพัฒนาภารกิจของการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนประชารัฐ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและปรับให้เข้ากับบริบทแห่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ศิลา. (2556). การศึกษาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียน สังกัดกรุงเทพมหานคร สํานักงานเขตบางเขน. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

จักรกฤษณ์ โพดาพล. (2555). ภาวะผู้นาเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารเทศบาลตำบลในจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง.

จุฑาธิปต์ ทัพไทย. (2560). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลสามเสน(สลากกินแบ่งอุปถัมภ์) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร.วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยบูรพา.

ชัชวาล วงศ์ทา. (2558). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบำรุงรักษาทางสาธารณประโยชน์ในเขตเทศบาลตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ณัฐริการ์ แก่นดีลัง. (2556). ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. งานนิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, คณะครุศาสตร์, วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทราชา.

ดวงกมล กิ่งจําปา. (2555). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมงานเทคโนโลยี ทางการศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการบริหารการศึกษา,คณะครุศาสตร์ อุตสาหกรรม,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ธาราทิพย์ ศรีภักดี. (2559). คุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาใน อำเภอสอยดาว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2. งานวิทยานิพนธ์ (กศ.ม.) บริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยบูรพา.

นัยนา ชนาฤทธิ์. (2559). การศึกษาบทบาทภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต:มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร. (2559). บันทึกข้อตกลงสานฝันพลังประชารัฐ. [ระบบออนไลน์] http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?Newsid=44713&key=news_act

ปทุม เปียถนอม. (2561). ภาวะผู้นำเต็มรูปแบบ:ปัจจัยสำคัญในการบริหารโรงเรียนประชารัฐ.วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย.

มณฑา ศิริวงษ์. (2560). ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูอำเภอองครักษ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี.

วิมล จันทร์แก้ว. (2555). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นาเชิงสร้างสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 3. ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาตามหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต

วิเชียร เกตุสิงห์. (2556). สถิติที่ใช้ในการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : กองวิจัย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.

ศรีศักดิ ศูนย์โศรก. (2550). การศึกษาพฤติกรรมการสร้างทีมงานของผู้บริหารโรงเรียน สํานักงานเขตพื้นที่ศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.

สุคนธ์ มณีรัตน์. (2559). รูปแบบการเจรจาต่อรองของผู้บริหารโรงเรียนสาธิต. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สุพิชฌาย์ เจริญรักษ์. (2545). การสร้างทีมงานผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามการรับรู้ของครูมัธยม ศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดฉะเชิงเทรา. วิทยานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.

สุริยันต์ สะท้าน. (2550). ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการติดต่อสื่อสารของผู้บริหารกับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของครูผู้สอนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2. ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต. บริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย.

Ash, R., & Prsall, M. (2007). The new work of formative leadership. Birmingham: Samford University Press.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size research activities. Educational and Psychological Measurement, 30 (3), 608-610.

Ruth, A., & Maurice, P. (2007). The principal as chief learning officer: The new work of formative leadership. Birmingham: Stamford University Birmingham.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-02

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย