การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6

การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6

ผู้แต่ง

  • ณพัฐอร เฮงสมบูรณ์ Master of Education (Educational Administration)

คำสำคัญ:

การทำงานเป็นทีม, ประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา

บทคัดย่อ

         งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การทำงานเป็นทีมของสถานศึกษา 2) ประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา 3) ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานเป็นทีมกับประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา 4) การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 จำนวน 335 คน เครื่องมือที่ใช้ในการก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่  ค่าร้อยละ   ค่าเฉลี่ย   ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน  การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ

         ผลการวิจัยพบว่า 1) การทำงานเป็นทีมของสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการประสานงาน ด้านการยอมรับนับถือ ด้านป้าหมายชัดเจน ด้านความไว้วางใจ ด้านความร่วมมือและด้านการติดต่อสื่อสาร  2) ประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล การบริหารงานงบประมาณ การบริหารงานทั่วไปและการบริหารงานวิชาการ 3) การทำงานเป็นทีมและประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา  มีความสัมพันธ์กันทางบวกอยู่ในระดับมาก (rxy = .811) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05  4) การทำงานเป็นทีม ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา ร่วมกันทำนายประสิทธิภาพการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 ได้ร้อยละ 69.10 สามารถเขียนเป็นสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ  = .251X2 + .226X5+ .212X1+.148X3 + .114X4

เอกสารอ้างอิง

จักรวาล สุขไมตรี. (2561). เทคนิคการประสานงานในองค์การ. วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์. 5(2): 263 - 276.

จิตราวรรณ มณีศรีวงศ์กูล. (2559). กลยุทธ์การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำไปสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ : กรณีศึกษาสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก. ลพบุรี: สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา.

ชัยรัตน์ ราชประโคน (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมุ่งผลสำเร็จกับประสิทธิผลการบริหารงานสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

ชัยวัฒน์ นนท์ยะโส. (2557). รูปแบบการทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1. วิทยานิพนธ์(ค.ม.) ฉะเชิงเทรา : มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.

ณัชชา เจริญกิจ. (2553). การทำงานเป็นทีมของพนักงาน ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอกวัตร (1994). วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ธีรยุทธ เทียนพิทักษ์. (2559). การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาในการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

นฤชยา นนท์ยะโส. (2556). คุณลักษณะของผู้บริหารมืออาชีพที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1. วิทยานิพนธ์(ค.ม.) ฉะเชิงเทรา: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.

เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2553). Modern Management การจัดการสมัยใหม่. (พิมพ์ครั้งที่ 7).กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ลกรุ๊ป.

บุญรอด จงมุม. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.

เมตต์ เมตต์การุณ์จิต. (2559). การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม: ประชาชน องค์กรปกครองท้องถิ่นและราชการ. กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.

รุ่งรัชดา พิธรรมานุวัตร. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานกับการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพของพนักงานและเจ้าหน้าที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ (ศษ.ม.) (การจัดการภาครัฐและภาคเอกชน) : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาวิทยาลัยศิลปากร.

วิกานดา เกษตรเอี่ยม. (2558). การสร้างทีมงาน. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

สุนันทา เลาหนันท์. (2551). การสร้างทีมงาน. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: แฮนด์เมดสติกเกอร์แอนด์ดีไซน์.

สุวรรณา พงษ์ผ่องพูล. (2558). การทำงานเป็นทีมที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6. (2559). รายงานการติดตามและประเมินผลการจัดการมัธยมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2559. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). คู่มือการบริหารโรงเรียนในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง 2552 – 2561. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.

อภิชาต ไตรธิเลน. (2551). สภาพการทํางานเป็นทีมในโรงเรียนที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานทั่วไปใน โรงเรียน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสกลนครเขต 1. วิทยานิพนธ์ (คม.) (การบริหารการศึกษา). สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

อริศษรา อุ่มสิน. (2560). การศึกษาการทํางานเป็นทีมของครูผู้สอนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 17. วิทยานิพนธ์ (ค.ม.) (การบริหารการศึกษา). จันทบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

อำนวย มีสมทรัพย์. (2553). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานเป็นทีมกับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

Krejcie, R.V. and Morgan, D.W. (1970). “Determining Sampling Size for Research Activities” Educational and Psyhological Measurement. 30(3) : 607 - 610.

Likert, R. (1961). New Patterms of Management. New York: McGraw-Hill.

Mcallister, D. J. (1993). International trust, citizenship behavior and performance: A relational analysis. New York: The McMillan.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-02

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย