ทวารวดี : มิติทางความเชื่อและศาสนา
คำสำคัญ:
ทวารวดี, ปากประตูทางการค้า, เมืองโบราณบทคัดย่อ
ทวารวดีเป็นอาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทยก่อนสมัยสุโขทัย มีความหมายว่า เป็นปากประตูทางการค้า และเป็นชื่อเมืองของพระกฤษณะในมหากาพย์มหาภารตยุทธ กำหนดอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12-16 เมืองที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางมี 3 แห่ง คือ เมืองโบราณนครปฐม เมืองโบราณอู่ทอง และเมืองโบราณศรีเทพ คนในอาณาจักรแห่งนี้ นับถือวิญญาณนิยม เหมือนคนทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศาสนาพราหมณ์ พระพุทธศาสนาเถรวาท และมหายาน โดยที่ศิลปกรรมในทางพระพุทธศาสนาในระยะแรกเหมือนกับต้นแบบคือศิลปะคุปตะของอินเดีย ต่อมาได้พัฒนามาเป็นแบบแผนของทวารวดีเองอย่างแท้จริงในราวพุทธศตวรรษที่ 13-15
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. (2542). พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์. กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากร.
เชษฐ์ ติงสัญชลี. (2558). ศิลปะไทยภายใต้แรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียแบบปาละ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มติชนปากเกร็ด.
ธิดา สาระยา, ดร. (2545). “ทวารวดี” : ต้นประวัติศาสตร์. นนทบุรี : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ.
ผาสุก อินทราวุธ. (2542). ทวารวดี การศึกษาเชิงวิเคราะห์จากหลักฐานทางโบราณคดี.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อักษรสมัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์, ศาสตราจารย์ ดร. (2562). ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุงใหม่). นนทบุรี : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ.
สมศักดิ์ รัตนกุล. (2509). รายงานการสำรวจและขุดแต่งโบราณวัตถุสถาน เมืองเก่าอู่ทอง. กรมศิลปากรจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2509.
สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. (2559). โบราณคดีเมืองนครปฐม : การศึกษาอดีตของศูนย์กลางแห่งทวารวดี. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 1 ราชบุรี. คูบัว : ความสัมพันธ์กับชุมชน ทวารวดีในบริเวณใกล้เคียง. กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากร, 2541.
<https://www.matichon.co.th/prachachuen/prachachuen-scoop/news> (สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว