การสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามแนวพุทธ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุควิถีชีวิตใหม่
คำสำคัญ:
ความเข้มแข็ง, ครอบครัว, หลักพุทธธรรม, คุณภาพชีวิต, ยุควิถีชีวิตใหม่บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อศึกษาสถานการณ์ของครอบครัวไทยในยุควิถีชีวิตใหม่ 2. เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวในยุควิถีชีวิตใหม่ และ 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามหลักพุทธ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุควิถีชีวิตใหม่ การวิจัยเป็นแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ตามประเด็นที่กำหนด พร้อมเรียบเรียงเป็นหมวดหมู่และลำดับขั้นตอน จัดทำเป็นรูปเล่มวิจัย และนำเสนอผลด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis)
ผลการวิจัย พบว่า
- สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวไทยในยุควิถีชีวิตใหม่ มี 5 ประการ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากร 2) การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ 3) การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม 4) อิทธิพลของสื่อ เทคโนโลยี และสารสนเทศ และ 5) การเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมและแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรครุนแรง
- การสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวในยุควิถีชีวิตใหม่ ได้แก่ การแสดงความชื่นชม เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน การทำหน้าที่ตามบทบาทของตนอย่างเหมาะสม พร้อมยึดหลักคุณธรรมสำคัญในการดำเนินชีวิต การหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว การทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย การออมในรูปแบบต่าง ๆ การมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และการได้รับสิทธิประกันสุขภาพ การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน มีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน การเตรียมความพร้อมและร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะภัยพิบัติและโรคติดต่ออุบัติใหม่
- การสร้างเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวตามแนวพุทธเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุควิถีชีวิตใหม่ ประกอบด้วยหลักธรรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หลักมีอุปการะมาก 2 หลักพรหมวิหาร 4 หลักฆราวาสธรรม 4 หลักหัวใจเศรษฐี 4 หลักโภควิภาค 4 หลักภาวนา 4 หลักสังคหวัตถุ 4 หลักปธาน 4 หลักสาราณียธรรม 6 และหลักทิศ 6 จากการศึกษาได้องค์ความรู้ใหม่ คือ FA–BUDHI Model
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2559). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2560 – 2564. กรุงเทพมหานคร: กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว.
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2563). แผนปฏิบัติการด้านครอบครัว พ.ศ. 2563 –2565. กรุงเทพมหานคร: กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว.
ธัญญมาศ สังข์นาค และสุภาภรณ์ คำเรืองฤทธิ์. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างสัมพันธภาพและการเลี้ยงดูของครอบครัวกับการติดสมาร์ตโฟนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6. วารสารศรี นครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 13 (25), 49-60.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
ยงยุทธ ภทฺทาจาโร, พระ. (2562). พุทธวิธีการบริหารจัดการทรัพย์สินในพระพุทธศาสนาเถรวาท.วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 4 (1), 36-42.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (2565). รายงานสุขภาพคนไทย ประจำปี 2565: ครอบครัวไทยในวิกฤตโควิด-19. นครปฐม : สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2559). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.
อนุสรณ์ กิตฺติวณฺโณ, พระ, สิทธิชัย ชยสิทฺธิ, พระมหา และอภิชา สุขจีน. (2563). NEW NORMAL : การปรับตัวเพื่อการศึกษาตามแนวพระพุทธศาสนา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7 (9), 56-70.
<https://www.hfocus.org/content/2021/10/23447> (29 กันยายน 2565).
<https://www.ryt9.com/s/iq03/3207985> (29 กันยายน 2565).
<https://www.matichon.co.th/lifestyle/social-women/news_2671747> (29 ตุลาคม 2565).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว