อัตลักษณ์และความเชื่อในจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ วัดเนินสูง ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
DOI:
https://doi.org/10.14456/tiat.2025.13คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ , กระบวนการทอเสื่อกก , เครื่องทอเสื่อกกเพื่อสุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการศึกษาการพัฒนากระบวนการทอเสื่อกก ด้วยนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มสตรีทอเสื่อกกเสม็ดงาม หมู่ที่ 10โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษารวบรวมปัญหาสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุผู้ทอเสื่อกกที่เกิดจากกระบวนการทอเสื่อกกในขั้นตอนของการทอเสื่อกกด้วยเครื่องทอ2) เพื่อพัฒนานวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยลดความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกิดจากการปฏิบัติงานในกระบวนการทอเสื่อกกในขั้นตอนของการทอเสื่อด้วยเครื่องทอของกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ทอเสื่อกกทำการเก็บรวบรวมข้อมูลระยะที่ 1 ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเพื่อสะท้อนปัญหาสุขภาพที่เกิดจากกระบวนการทอเสื่อกกจากสมาชิกกลุ่มสตรีทอเสื่อกก ชุมชนเสม็ดงาม หมู่ที่ 10 อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี จำนวน 20 คน ที่ได้จากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะที่ 2นำผลการสัมภาษณ์เชิงลึกมาออกแบบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกิดจากการปฏิบัติงานในกระบวนการทอเสื่อกกทำการประเมินคุณภาพนวัตกรรมด้วยกระบวนการแบบ มีส่วนร่วม 3 เส้า ได้แก่ ผู้วิจัย สมาชิกผู้ใช้นวัตกรรมและผู้สร้างต้นแบบนวัตกรรม แล้วประเมินความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพจากกระบวนการทอเสื่อกกวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการศึกษา พบว่า1. ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากกระบวนการทอเสื่อกกของกลุ่มผู้สูงอายุชุมชนเสม็ดงามหมู่ที่ 10 มีสาเหตุหลักมาจากเครื่องมือทอเสื่อกก ในขั้นตอนของการทอเสื่อกกด้วยเครื่องทอคือ กี่ทอเสื่อแบบเดิมมีลักษณะเตี้ย ส่งผลให้ผู้ทอเสื่อต้องก้มตัวทอเสื่อเป็นระยะเวลานาน อันทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ อาทิเช่น อาการปวดปวดเมื่อยเรื้อรัง บริเวณคอ ไหล่ หลัง แขน ขา และการชาบริเวณขาอันเกิดจากการนั่งพับขาเป็นเวลานาน ฯลฯ ดังนั้นการพัฒนากระบวนการทอเสื่อเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของกลุ่มผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการพัฒนานวัตกรรมเครื่องทอเสื่อให้มีลักษณะที่ปรับเปลี่ยนท่าทางการนั่งให้สามารถนั่งหลังตรงได้ โดยผู้ทอเสื่อไม่ต้องก้มและโน้มตัวไปด้านหน้ามากเหมือนเดิม ตลอดจนไม่ต้องนั่งพับขาเป็นเวลานาน และ 2.นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่พัฒนาขึ้นได้แก่ เครื่องทอเสื่อกกเพื่อสุขภาพที่สามารถลดความเสี่ยงทางสุขภาพที่เกิดจากการปฏิบัติงานในกระบวนการทอเสื่อกกได้ โดยผลการประเมินคุณภาพของการใช้เครื่องทอเสื่อกกเพื่อสุขภาพ พบว่า มีค่าคะแนนการประเมินคุณภาพการใช้งานรวม 4.73 คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 94.6 ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด และผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้เครื่องทอเสื่อกกเพื่อสุขภาพ พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยรวมด้านความเหมาะสมของโครงสร้างอยู่ในระดับพอใจมาก ด้วยค่าเฉลี่ย 4.83 ด้านประโยชน์และประสิทธิภาพการใช้งานมีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับพอใจมาก ด้วยค่าเฉลี่ย 4.89 โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยรวมความพึงพอใจที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานเพื่อลดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอยู่ในระดับพอใจมากที่สุดด้วยค่าเฉลี่ย5.00และด้านประโยชน์ที่ได้รับในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับพอใจมากที่สุด ด้วยค่าเฉลี่ย 5.00ส่วนผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้เครื่องทอเสื่อกกเพื่อสุขภาพของแบบสอบถามทั้งฉบับมีค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับพอใจมาก ด้วยค่าเฉลี่ย 4.88
เอกสารอ้างอิง
กิตติ อินทรานนท์. (2553). การยศาสตร์ (ERGONOMICS). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จารุวรรณ วิโรจน์ ไพโรจน์ ขามรัตน์ และจินดาวัลย์ วิบูลย์อุทัย. (2558). รูปแบบการดูแลสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพทอเสื่อ บ้านหนองขาม อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิจัยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 8(1) : 31-38.
ชัยนาท ผาสอน และวินิต ชินสุวรรณ. (2558). การพัฒนาอุตสาหกรรมเสื่อกกบ้านแพง ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ใน รายงานการประชุมวิชาการทางธุรกิจและนวัตกรรมทางการจัดการระดับชาติและนานาชาติ ประจำปี 2558. MICBMI. 484-490.
เดชา ทำดีและดรุณี ทายะติ. (2550). การประเมินผลกระทบทางสุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพสตรีผู้ประกอบอาชีพทอผ้าตีนจก ตาบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. [ฉบับอิเล็กทรอนิกส์]. พยาบาลสาร. 34(2) : 62-73.
พระพุฒิพันธุ์ จนฺทวํโส. (2567). นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ. Journal of Buddhist Innovation and Management. 7(2) : 219-230.
สมปอง มูลมณี สริตา ปัจจุสานนท์ และอภิสรา โคตรโยธา. (2565). การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ลายเสื่อกกชุมชนเสม็ดงาม ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
สุนทรี สำรางคำ, ตวงรัตน์ อาจอำนวย และพาทินนุช บุญโจม (2564). การประเมินภาวะสุขภาพและปัจจัยจากการทำงานของสตรีในกลุ่มทอเสื่อกก ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. 10(2) : 45–56.
สำนักงานกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน. (2560). สถิติโรคที่เกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการทำงาน. https://www.sso.go.th.
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน. (2556). สถิติงานประกันสังคม 2556. กรุงเทพฯ : สามเจริญพาณิชย์.
อรพิณ โกมุติบาล, กัลยาภรณ์ จันตรี, พจน์ ภาคภูมิ และพงษ์สิทธิ์ บุญรักษา. (2562). ความชุกของการบาดเจ็บระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อของกลุ่มทอเสื่อกก อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สวนดุสิต.
Mulmanee, S., Sarita , S. ., & Khotyotha, A. (2023). Development of learning materials "Chantaboon reed mat pattern of Samet Ngam community" through a participatory process. Asian Journal of Traditional and Innovative Arts and Textiles. 2(3) : 1–19. https://doi.org/10.14456/tiat.2023.7
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Asian Journal of Traditional and Innovative Arts and Textiles

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

