การออกแบบบ้านสุนัขเซรามิกส์จากดินพื้นบ้านอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
DOI:
https://doi.org/10.14456/tiat.2026.17คำสำคัญ:
บ้านสุนัข , เซรามิกส์ , ดินเผา , ดินพื้นบ้านชุมแพ , บ้านสัตว์เลี้ยงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพร่วมกับการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและทดลองหาอัตราส่วนดินพื้นบ้านอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น 2) ศึกษาลักษณะทางกายภาพของสุนัขและรูปแบบของผลิตภัณฑ์บ้านสุนัข 3) ออกแบบผลิตภัณฑ์บ้านสุนัขจากดินพื้นบ้านอำเภอชุมแพ และ 4) ประเมินผลผลิตภัณฑ์บ้านสุนัขจากดินพื้นบ้านอำเภอชุมแพ โดยมีกลุ่มประชากรประกอบด้วย กลุ่มด้านข้อมูลพื้นที่ศึกษาเนื้อดิน กลุ่มด้านข้อมูลที่ใช้ในงานออกแบบผลิตภัณฑ์บ้านสุนัข กลุ่มผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสอบถาม กลุ่มเป้าหมายประเมินผลความพึงพอใจ มีเครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบกายภาพเนื้อดิน แบบสังเกตพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง แบบบันทึกการทดสอบการลดอุณหภูมิของผลิตภัณฑ์ แบบประเมินแบบร่างผลิตภัณฑ์ วิธีดำเนินการวิจัยประกอบด้วยการทดลองสัดส่วนของดินเพื่อหาอัตราส่วนที่เหมาะสม พบว่าสูตรที่ 6 ซึ่งประกอบด้วยดินชุมแพร้อยละ 60 ดินเชื้อร้อยละ 10 และดินขาวลำปางร้อยละ 30 เมื่อเผาที่อุณหภูมิ 1,100 องศาเซลเซียส ให้ผลการหดตัวร้อยละ 13 การดูดซึมน้ำร้อยละ 11.6 และมีสีน้ำตาลส้ม ผลการศึกษาลักษณะทางกายภาพของสุนัขพันธุ์เล็กพบว่า มีความสูงอยู่ระหว่าง 23–66 เซนติเมตร และลำตัวยาว 30–45 เซนติเมตร มีลักษณะนิสัยซุกซน จากการสังเกตพฤติกรรมการใช้งานพบว่าสุนัขสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง ผู้วิจัยจึงพัฒนารูปแบบของต้นแบบผลิตภัณฑ์จำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 ทรงกลมมีพื้นที่ใส่น้ำด้านข้าง ขนาดภายใน 60 × 60 เซนติเมตร รูปแบบที่ 2 ทรงกลมมีพื้นที่ใส่น้ำ 2 ด้าน ขนาดภายใน 60 × 60 เซนติเมตร และรูปแบบที่ 3 มีพื้นที่ใส่น้ำด้านบน ขนาดภายใน 95 × 50 เซนติเมตร โดยใช้แนวคิดรูปทรงเรขาคณิตและหลักการออกแบบเพื่อลดทอนรูปทรงให้เหมาะสมต่อการใช้งานของสุนัขและสอดคล้องกับบ้านสไตล์โมเดิร์น ผลการประเมินพบว่าผลิตภัณฑ์มีความแข็งแรง ปลอดภัยต่อสุนัขและผู้เลี้ยง สามารถติดตั้งได้ทั้งกึ่งภายนอกและภายใน ทำความสะอาดง่าย และช่วยลดอุณหภูมิได้ประมาณ 2–3 องศาเซลเซียสเมื่อเติมน้ำในตำแหน่งที่ออกแบบไว้ อีกทั้งผลการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มเป้าหมายจำนวน 31 ท่าน พบว่าค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3.51-4.50 หมายถึง พึงพอใจมาก ผลการวิจัยนี้สามารถเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์บ้านสุนัขจากดินพื้นบ้านต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กฤตพล สุธีภัทรกุล. (2569). เช็คสัญญาณ‘ฮีทสโตรก’ใน‘สัตว์เลี้ยง’หมา-แมวเสี่ยงเป็นลมแดดง่ายกว่าคน. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2569, สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/1231845
กําจร สุนพงษ์ศรี. (2559). สุนทรียศาสตร์ หลักปรัชญาศิลปะ ทฤษฎีทัศนศิลป์ ศิลปวิจารณ์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิระศักดิ์ สายทอง. (2563). การออกแบบแผงกันแดดเซรามิกเพื่อลดอุณหภูมิของอาคารภายใต้แรงบันดาลใจลายขิดอีสาน. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ชลูด นิ่มเสมอ. (2553). องค์ประกอบของศิลปะ (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์อัมรินทร์.
ชิน ลิลี่. (2565). ภาษากายน้องหมา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แอร์โรว์.
ฐปนัท แก้วปาน, สราวุธ อิศรานุวัฒน์ และ จริยา แผลงนอก. (2563). หลักการและแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์. 22(2) : 161-182.
ณัฐฐ์สิริ แฉล้มวงศ์. (2552). แรงจูงใจที่มีต่อการเลี้ยงสุนัขเพื่อนันทนาการของประชาชนในกรุงเทพมหานคร. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พรแพร กิ่งไธสง. (2563). การออกแบบภาชนะเซรามิกส์สำหรับเก็บรักษาผักและผลไม้ในครัวเรือน จากดินบ้านหัวบึง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2563). Cool way to cool. The Cloud. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2567. สืบค้นจาก https://readthecloud.com/art-and-culture/design-challenges/coolant-beehive/
สุขุมาล สาระเกษตริน. (2564). เครื่องปั้นดินเผาการออกแบบและปฏิบัติงาน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ 50 press printing.
สำนักข่าวอินโฟเควสท์. (2567). ส่องเทรนด์ Pet Parent“ทาสแมว”จ่ายหนักกว่า 2 เท่า! ธุรกิจเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงบูมตอบโจทย์สายเปย์. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2567, สืบค้นจาก https://www.infoquest.co.th/2024/382665
อุไร จิรมงคลการ. (2564). Dog stories คู่มือเลี้ยงสุนัข. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์บ้านและสวน.
Zortout. (2566). Pet humanization คืออะไร?ยุคที่ใครก็ทุ่มเทและเปย์สัตว์เลี้ยงเหมือนลูก. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2567, สืบค้นจาก https://zortout.com/blog/pet-humanization
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Asian Journal of Traditional and Innovative Arts and Textiles

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

