การเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษหลังเรียนด้วยนิทาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทาน และศึกษาเจตคติต่อการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 33 คน โรงเรียนจตุรมิตรวิทยาคาร จังหวัดขอนแก่น โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (PurposiveSelection) แบบแผนการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้การสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทาน แบบวัดความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษ และแบบวัดเจตคติต่อการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทาน การดำเนินการทดลองใช้ระยะเวลา 5 สัปดาห์ๆ ละ 2 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 10 ชั่วโมง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษก่อนเรียนเท่ากับ 15.86 คิดเป็นร้อยละ 40.30 และหลังเรียนเท่ากับ 10.15 คิดเป็นร้อยละ 79.70 ซึ่งคะแนนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70เมื่อทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย พบว่าความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) นักเรียนมีเจตคติต่อการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้นิทานอยู่ในระดับดี
Article Details
- ผลงานที่ส่งตีพิมพ์จะต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งตีพิมพ์อื่นใดมาก่อนและต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง
- ต้นฉบับที่ส่งตีพิมพ์ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น
- ต้นฉบับต้องผ่านการกลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ
- ในกรณีที่เป็นบทความแปล ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยการขออนุญาตให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมสากล
- ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ และตาราง ที่ตีพิมพ์ในวารสาร เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความแต่เพียงผู้เดียว มิใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร กองจัดการ และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน
6. ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา ปราบผล. (2532). การทดสอบและประเมินผลสำหรับครูผู้สอนภาษา.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2541, เมษายน). การเล่านิทาน. วารสารการศึกษาปฐมรัย, 18(4), 10-9.
ฉวีลักษณ์ บุณยะกาณจน. (2544). จิตวิทยาการอ่าน.กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
ฉวีวรรณ คูหาอภินันท์. (2542). เทคนิคการอ่าน(Reading Techniques).กรุงเทพฯ:ศิลปาบรรณาการ.
นันทิยาแสงสิน.(2540). กลวิธีการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษา. เชียงใหม่: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
บุญซมศรีสะอาด.(2545). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสัน.
ปริญญา อึ๋งสกุล. (2545). การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยบูรพา.
แม้นมาส ชวลิต. (2548). หนังสือเด็ก. กรุงเทพฯ: สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย.
รวีวรรณ อังคนุรักษ์พันธุ์. (2543). การรัดทัศนคติเบื้องต้น. ชลบุรี: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2551). เทคนิคกาฯวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.
วนิษา เทียมเมฆ. (2555). นิทาน 2 ภาษาThai-English. กรุงเทพฯ: พีเอ็นเอ็น กรุ๊ป.
วรรณี ศรีสุนทร. (2539). การเล่านิทาน. กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ แกรมมี่.
วิเชียร เกตุสิงห์. (2543). หลักการสร้างและวิเคราะห์เครื่องมือวิจัย. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วิเชียร เกษประทุม. (2542). นิทานพื้นบ้าน. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา.
ศักดิ์ สุนทรเสนีย์. (2543). เจตคติ.กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
สมปองหลอมประโคน.(2544). การใช้กิจกรรมการเล่านิทานเพื่อส่งเสริมทักษะฟัง-พูด ภาษาอังกฤษและความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สมศักดิ์ ปริปุรณะ. (2542). นิทานสำหรับเด็ก.ราชบุรี: สถาบันราชหมู่บ้านจอมบึง.
สมุทร เซ็นวานิช. (2526).เทคนิคการอ่านภาษาอังกฤษ.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย.
_______ . (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาพื้นฐาน พุทธศักราช2551.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุมิตรา อังวัฒนกุล. 2540). แนวคิดและเทคนิควิธีสอนภาษาอังกฤษ ระดับมัธยมศึกษา.กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรางค์ โค้วตระกูล. (2545). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.
สุวิมล ดิรกานันท์. (2548). ระเบียบและวิธีการวิจัยทางสังคมคาสตร์แนวทางสู่การปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรชรวงศ์ษา. (2548). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (วิชาภาษาอังกฤษ) โดยใช้นิทานพื้นบ้านอีสานเป็นสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2).วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อัจฉรา วงศ์โสธร. (2544). การทดสอบและการประเมินผลการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุมาพร ทองเสมอ. (2548). การพัฒนาแบบปีกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้นิทานและรูปภาพสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Anderson, N. (1999).Exploring second language Issues and Strategies. Toronto: Heinle&HeinlePlublishers.
Anderson, R., &Pearson, C. M. (1999). A schema-theoretic view of basic process in reading comprehension in interactive approaches to second language reading. Edited by PaticiaCarellet at, Cambridge: Cambridge University Press.
Asher, J. (2000). Learning another language through actions: The complete teacher’s guidebook. California: Sky Oaks Productions.
Beaty, J. (1994). Picture Book storytelling: Literature Activities for Young Children. Fort Worth: Harcourt Brace College Publishers.
Callanhan, F. &Clark, L. H. (1988). Teaching in the middle and secondary Schools: Planning for competence. New York: Macmilan.
Carrell, P. L., &Eisterhold,C. (1987). A schema-theoretic view of basic process in reading comprehension in interactive approaches to second language reading. Cambridge: Cambridge University Press.
Chomsky, N. (1965). Aspects of the theory of syntax. Cambridge, Mass:MIT Press.
Crawley, S. J.(1995). Strategies for guiding content reading. New York:A Simon &Schuster.
Cynthia, A. (1997). African American fifth-grade males respond to contemporary realistic children’s literature. Dissertation Abstracts International, 53 (November): 1642-A.
De Vas, G. (1991). Storytelling for Adults. Colorado: Libraries Unlimited.
Goodman, K.(1982). The psychology of second language learning. London: Cambridge University Press.
Guthrie, C. (1977). A study of Kentucky folklore as a resource for high school English programs of the state. Dissertation Abstracts International
Harmer, J. (2001). The practice of English language teaching. Harlow: Pearson Education.
Harris, L., &Smith, C. (1972). Individualizing Reading Instruction: A Reader. New York: Holt, Rinehart and Winston.
Heaton, J. B. (1990) Classroom testing.New York: Longman.
Hedge, T. (2000). Teaching and learning in the language classroom. Oxford: Oxford University Press.
Huge, A, (1989). Test for language teachers. Cambridge: Cambridge University Press.
Johnson, P. (1982). Effect on Reading Comprehension of Building Background Knowledge.TESOL Quarterly, 16(4), 605-627.
Krashen, S. D. (1983). Principle and practice in second language acquisition.Oxford: Pergamon Press.
Lie, A. (1993). Paired storytelling: Integrated approach for bilingual and Englishas a second language students. Texas Reading Report, 16(4), 4-5.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 40(14), 32-35.
Miller, H. (1990). Reading comprehension activities kit. California: The center for Applied Research in Education.
Nuttal, C. (1996). Teaching reading skill in a foreign language. New York: Cambridge University Press.
Pedersen, M. (1995). storytelling and the art of teaching. English Teaching Forum, 33(1), 2-5.
Wallace, C. (1992). Reading. 4
Zaro, J. J. (1995). storytelling. Oxford: Heinemann Publishers, (Oxford).
Zintz, M. V. (1984). The Reading process: The teacher and the learner.Dubuque, IA: Wm. c. Brown.