ทักษะการเขียนโดยใช้สมองเป็นฐาน: แนวคิดและแนวปฏิบัติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดและแนวปฏิบัติในทักษะการเขียนโดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning: BBL) ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้ ทักษะการเขียนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสื่อสาร การเผยแพร่ความรู้ และการบันทึกเรื่องราวต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเขียนเป็นทักษะที่ซับซ้อนที่ต้องอาศัยกระบวนการคิด การใช้ภาษา และประสบการณ์ที่หลากหลาย การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเมื่อสอดคล้องกับการทำงานของสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถของสมองในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ตลอดเวลา (neuroplasticity) และความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน การประยุกต์ใช้หลักการสมองเป็นฐานในการพัฒนาทักษะการเขียนสามารถทำได้โดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การส่งเสริมการใช้ปัญญาที่หลากหลาย การใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและเน้นการมีส่วนร่วม การเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้จากง่ายไปหายาก และการประเมินผลที่หลากหลายและต่อเนื่องตามสภาพจริง นอกจากนี้ เครื่องมือและแนวปฏิบัติ เช่น การใช้แผนผังความคิด สื่อโมชันกราฟิก การเน้นการอ่านและการวิเคราะห์งานเขียน การฝึกการสะกดคำและการใช้คำที่ถูกต้อง และการให้ข้อมูลป้อนกลับที่สร้างสรรค์ มีส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะการเขียน โดยสรุป ทักษะการเขียนโดยใช้สมองเป็นฐานเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีความสนใจ มีส่วนร่วม และสามารถพัฒนาทักษะการเขียนได้อย่างเต็มศักยภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- ผลงานที่ส่งตีพิมพ์จะต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งตีพิมพ์อื่นใดมาก่อนและต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง
- ต้นฉบับที่ส่งตีพิมพ์ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น
- ต้นฉบับต้องผ่านการกลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ
- ในกรณีที่เป็นบทความแปล ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยการขออนุญาตให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมสากล
- ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ และตาราง ที่ตีพิมพ์ในวารสาร เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความแต่เพียงผู้เดียว มิใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร กองจัดการ และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน
6. ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา นาคสกุล. (2556). หลักภาษาไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กุสุมา คำผาง.(2559).ผลของการจัดการเรียนการสอนเขียนสะกดคำภาษาไทยโดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อทักษะการเขียนสะกดคำของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ กศ.ม., บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประทีป เหมือนนิล. (2558). จิตวิทยาการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เปรมจิต ศรีสงคราม. (2554). การเขียนทั่วไป.กรุงเทพฯ : วิทยาลัยครูจันทรเกษม. วิจิตรา แสงพลสิทธิ์ และคณะ. (ม.ป.ป.) การใช้ภาษาไทย. (ไทย 101). กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.
วิภาดา คุ้มภัย. (2555). การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ศิริพร ลาภผลศิริ. (2562). นวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สนิท ตั้งทวี. (2559). การใช้ภาษาเชิงปฏิบัติ. กรุงเทพ ฯ : โอเดียนสโตร์. สนิท สัตโยภาส. (2558). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและสืบค้น. สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ : เชียงใหม่.
สมจิตต์ สุพรรณทัศน์. (2548). วรรณคดีวิจักษ์. กรุงเทพฯ: บริษัทสร้างสรรค์สื่อเพื่อการศึกษา (ประเทศไทย) จำกัด.
สมบัติ ศิริจันดา. (2554). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจ ากัด พีท่ีเอ็น เพรส.
สายใจ อินทรวิชัย. (2563). การวิจัยทางการศึกษาเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). คู่มือครู กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.
สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2545). การสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
อุปกิต ปาจรียางกูร. (2550). หลักไวยากรณ์ไทย. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.