การจ้างงานภายนอก กรณีโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากระบวนการจ้างงานภายนอก ศึกษาเงื่อนไขที่ส่งผลต่อกระบวนการจ้างงานภายนอก และศึกษาแนวทางการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของการจ้างงานภายนอกของโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงกลาโหม โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย โรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้ให้บริการจ้างงานภายนอก พยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 33 ท่าน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์แบบอุปนัยเพื่อตีความและสร้างข้อสรุปการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากระบวนการจ้างงานภายนอก ศึกษาเงื่อนไขที่ส่งผลต่อกระบวนการจ้างงานภายนอก และศึกษาแนวทางการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของการจ้างงานภายนอกของโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงกลาโหม โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย โรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้ให้บริการจ้างงานภายนอก พยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 33 ท่าน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์แบบอุปนัยเพื่อตีความและสร้างข้อสรุป
ผลการวิจัยพบว่า
1. กระบวนการจ้างงานภายนอกของโรงพยาบาล เป็นบริการด้านการตรวจวินิจฉัย โดยการจ้างเหมาบริการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI ) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นตอนการวิเคราะห์กิจกรรมหลักขององค์การ โดยการกำหนดขอบเขตขององค์การ การวิเคราะห์ศักยภาพขององค์การ การให้บริการด้านการรักษา และความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล 2) ขั้นตอนการวิเคราะห์และประเมินการลงทุน การจัดซื้อเครื่องตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI ) พบว่า เป็นการลงทุนที่ต้องใช้งบประมาณสูง ต้องใช้บุคลากรเฉพาะทางที่มีค่าตอบแทนสูง และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงไม่คุ้มที่จะซื้อเครื่องมือมาดำเนินการ 3) ขั้นตอนการคัดเลือกองค์การจ้างงานภายนอก โดยมีแนวทาง ได้แก่ การมีเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผลตอบแทนที่โรงพยาบาลจะได้รับ ความเป็นมืออาชีพ และเชื่อถือได้ 4) ขั้นตอนการเจรจาต่อรองและการทำสัญญา โดยตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการคัดเลือกหน่วยงานที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560 และมีระยะเวลาการทำสัญญาปีต่อปี 5) ขั้นตอนการดำเนินการจ้างงานตามแผนกลยุทธ์ และประเมินผลประสิทธิภาพการจ้างงานภายนอก ทุกระยะ 3-6 เดือน ใน 1 ปี
2. เงื่อนไขที่ส่งผลต่อกระบวนการจ้างงานภายนอกของโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงกลาโหม พบว่า 1) เงื่อนไขที่เป็นโอกาส ได้แก่ (1) ด้านความสำเร็จในการให้บริการ (2) ด้านความคุ้มค่า รวมทั้งลดต้นทุนในการจ้างงานและการบริหารจัดการด้านบุคลากร ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากร (3) ด้านการเพิ่มคุณค่าของการบริการ และสามารถให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินนอกเวลาทำการได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่หยุดชะงัก (4) ด้านการให้บริการด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีการบำรุงรักษาที่ดีอยู่เสมอ2) เงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัด ได้แก่ (1) นโยบายขององค์การ และมีแผนงานที่ชัดเจน (2) การสื่อสารและข้อตกลงความเข้าใจ ที่ตอบสนองกับลักษณะงานและความจำเป็นของโรงพยาบาล (3) ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและงบประมาณ ที่มีหลายขั้นตอน และการบังคับบัญชามีหลายระดับขั้น (4) มาตรฐานในการจัดบริการ และการคัดเลือกบริษัทที่ได้มาตรฐานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการให้บริการ
3. แนวทางการวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของการจ้างงานภายนอกของโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงกลาโหม พบว่า 1) จุดแข็ง ได้แก่ (1) การลดต้นทุน ในการจ้างงาน การบริหารจัดการด้านบุคลากร การจัดซื้อเครื่องมือ และการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย และบำรุงรักษาที่ดีอยู่เสมอ (3) สร้างมูลค่าการบริการ ได้อย่างเพียงพอรวดเร็วและทันเวลา มีความต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ดี และส่งเสริมภาพลักษณ์การทำงานขององค์การให้ดียิ่งขึ้น (4) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดขั้นตอนการซ่อมแซมเครื่องมือทางการแพทย์ 2) จุดอ่อน ได้แก่ (1) การควบคุมคุณภาพของบุคลากร ที่ให้บริการโดยผู้รับจ้างงานภายนอก (2) ความเสี่ยงที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการให้บริการ ปรับเปลี่ยนผู้ให้บริการที่ยากเนื่องจากมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน (3) ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความยุ่งยากซับซ้อน ตามระบบราชการ และใช้เวลานานในการจัดซื้อจัดจ้าง