การสังเคราะห์แนวคิดทางสังคมการเมืองของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวความคิดทางสังคมการเมืองของสมเด็จพระพุทธ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวความคิดทางสังคมการเมืองของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)เป็นการวิจัยเอกสาร (Document Research) และการสัมภาษณ์ (Interview) โดยใช้แหล่งข้อมูล 2 แหล่ง คือ 1) เอกสารชั้นต้น (Primary Source) ได้แก่ งานเขียน งานรวบรวมปาฐกถาของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) โดยตรงตลอดจนคำบรรยายของท่านที่ปรากฏอยู่ในสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมไปถึงที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ เอกสารที่เป็นข้อมูลได้ คือ เอกสารที่มีเนื้อหาทางการเมือง และเอกสารอื่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน 2) เอกสารชั้นรอง (Secondary Source) ได้แก่ งานเขียน วิทยานิพนธ์ งานวิจัย งานปาฐกถาที่มีผู้กล่าวถึงสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) และการวิพากษ์ผลงานของท่านโดยนักวิชาการต่างๆ ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การสืบค้น สังเคราะห์รวบรวม เอกสารที่เกี่ยวข้องด้วยการวิจัยเอกสาร (Documentary Research)
ผลการวิจัยพบว่า แนวคิดทางการเมืองของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนาโดยตรงท่านมองการเมืองว่าการเมืองคืองานของรัฐหรืองานของแผ่นดินโดยเฉพาะ ได้แก่ การบริหารราชการแผ่นดินเป็นงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ให้สังคมอยู่อย่างมีความสุขมีความสงบเรียบร้อย ภายใต้การบริหารของรัฐซึ่งมีนักการเมืองทำหน้าที่นำนโยบายของรัฐไปพัฒนากิจการบ้านเมืองให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ในกิจการทางการเมืองนั้นต้องอาศัยหลักการทางการเมืองที่ดีนอกเหนือจากที่มีหลักกฎหมายอยู่แล้ว ท่านยังให้ความสำคัญในหลัก จริยธรรมคุณธรรมเพื่อใช้ในการตรวจสอบตนเองของนักการเมือง หรือเพื่อให้สังคมตรวจสอบ ความชอบธรรมแนวคิดทางการเมืองของท่านแบ่งออกได้ 2 ประการ คือ ประการแรกมีคุณค่าทางด้านจริยธรรมการเมืองจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์กับมนุษย์และสรรพสิ่งอื่น คือเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและเป็นประโยชน์ต่อสังคม ระบบการเมืองต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ ของรัฐและประชาชนอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ประการที่สอง รูปแบบการปกครองท่านเห็นว่ารูปแบบการปกครองใดก็ตามจะต้องอิงหลักธรรม จึงจะเป็นการปกครองที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแบบราชาธิปไตยที่เป็นธรรมาธิปไตยหรือแบบประชาธิปไตยที่เรียกว่า ประชาธิปไตยแบบธรรมาธิปไตยก็ตาม ท่านเห็นว่าถ้าเป็นระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่เป็นธรรมาธิปไตยคือการปกครองแบบคนดีหลายคนดีกว่าการปกครองที่มีคนดีเพียงคนเดียวถือว่าเป็นการปกครองที่ดีที่สุด ซึ่งแนวคิดของท่านมีเจตนารมณ์ที่มีจุดมุ่งหมายคือสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในหมู่มวลมนุษย์