การน้อมนำศาสตร์พระราชาด้วยหลักสามัคคีธรรมสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์และพัฒนาศักยภาพชุมชน การน้อมนำศาสตร์พระราชาด้วยหลักสามัคคีธรรมสู่การพัฒนาชุมชน 2) สร้างนวัตกรรมโดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาด้วยหลักสามัคคีธรรมสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชน และ 3) นำชุดองค์ความรู้จากศาสตร์พระราชาด้วยหลักสามัคคีธรรมไปอบรมชุมชน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำกลุ่มสนทนา เพื่อหาข้อมูลในการสนับสนุนการวิจัย วิเคราะห์เนื้อหา นำเสนอผลวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการวิเคราะห์และพัฒนาศักยภาพชุมชนตามแนวทาง SWOT ของชุมชนบ้าน ถ้ำผึ้ง พบว่า ผู้นำมีคุณลักษณะของความเป็นผู้นำสูง ด้านการจัดการชุมชนที่มาจากการรวมกลุ่มกันของชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านใกล้เคียง ด้านงบประมาณและเสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายในสู่ภายนอกได้ ปัจจัยภายนอก ด้านเครือข่าย พบว่า มีเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนจากภายนอกหลายหน่วยงาน มีแนวคิดสำคัญอยู่บนพื้นฐานของการดึงเอาทรัพยากรภายในชุมชนที่มีอยู่มาพัฒนาต่อยอด โดยเฉพาะการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การนำมาใช้ประโยชน์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
2. การสร้างนวัตกรรมโดยการน้อมนำศาสตร์พระราชาด้วยหลักสามัคคีธรรมสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชน ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือ ความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกันอันเกิดจากแรงผลักดันจากภายใน แรงสนับสนุนจากภายนอก โดยเป้าหมายความเข้มแข็งของชุมชนโดยบูรณาการหลักสามัคคีธรรมในกระบวนการพัฒนาศักยภาพชุมชนทั้งภายในและภายนอก ประกอบด้วย ด้านความประนีประนอมและการประสานประโยชน์ ด้านความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ด้านความร่วมมือและความพร้อมเพรียงในการประชุม และด้านความรับผิดชอบต่อหน้าที่ทั้งส่วนตนและส่วนรวม
3. การนำชุดองค์ความรู้จากศาสตร์พระราชาด้วยหลักสามัคคีธรรมไปอบรมชุมชนคือ การน้อมนำศาสตร์พระราชาด้วยหลักสามัคคีธรรมสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชนที่ได้จากการวิจัยไปสู่การเผยแพร่เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดนครปฐม. (2561). แผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม 4 ปี (พ.ศ.2561-2564). นครปฐม: กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดนครปฐม.
กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดสระแก้ว. (2561). แผนพัฒนาจังหวัดสระแก้ว (พ.ศ. 2561-2564). สระแก้ว: กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดสระแก้ว
พระธรรมปิฎก (ป.อปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: เอส อาร์พริ้นติ้ง แมส โปรดักส์.
พระครูปลัดวิชาญ ชาตวีโร (แดงประไพ). (2550). การศึกษาวิเคราะหเรื่องสามัคคีธรรมในพุทธปรัชญา เถรวาท. (วิทยานิพนธศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. (2553). พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล. (พิมพ์ครั้งที่ 4). นครปฐม: มหามกุฏราชวิทยาลัย.
สุรัสวดี หุ่นพยนต์. (2556). งานอาสาสมัครในประเทศไทยและทิศทางในอนาคต. วารสารพัฒนศาสตร์, 9(2), 1-39.
สุภางค์ จันทวานิช. (2549). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Brinkerhoff, W. D., & Azfar, O. (2006). Decentralized local governance in fragile states: learning from Iraq. International Review of Administrative Sciences, 75(4), 585-607.
Freire, P. (1972). Cultural Action for Freedom. Middlesex: Penguin Books.
Laverack, G. (2007). Health Promotion Practice: Building Empower Communities. Berkshire: Open University Press.