การบริหารจัดการแหล่งประวัติศาสตร์วัดพระธาตุหนองสามหมื่น จังหวัดชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระเบียบการบริหารและการจัดการวัดพระธาตุหนองสามหมื่น 2) ศึกษาสภาพปัญหาระเบียบการบริหารและการจัดการ วัดพระธาตุหนองสามหมื่น 3) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารและการจัดการวัดพระธาตุหนองสามหมื่น เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และจากผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 32 ราย ได้แก่ พระสังฆาธิการ นักวิชาการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และปราชญ์ชาวบ้าน เครื่องมือที่ใช้เก็บและรวบรวมข้อมูลในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท สังเคราะห์เป็นประเด็นร่วมหรือประเด็นหลัก และอธิบายเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. การบริหารจัดการวัดพระธาตุหนองสามหมื่น ปัจจุบันนี้ผู้บริหารคณะสงฆ์ย่อมมีการพัฒนาการด้านเทคโนโลยี บูรณาการด้วยหลักพุทธธรรมนำการบริหาร/การปกครองไปพร้อมกับความเจริญและมีกฎหมาย พระราชบัญญัติ ข้อบังคับ ระเบียบต่างๆ มาเกื้อกูลพระธรรมวินัย โดยเฉพาะการบริหาร/การปกครองวัดมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากสมัยก่อนมาก เช่น ด้านการวางแผน ด้านการจัดองค์กร ด้านการจัดบุคลากร ด้านการอำนวยการ ด้านการประสานงาน ด้านการรายงานและด้านงบประมาณ มีรูปแบบที่ปฏิบัติชัดเจนมากยิ่งขึ้นการจัดระเบียบการบริหารโดยเน้นงานบุคคล งานอำนวยการ
งบประมาณ งานจัดองค์กรเน้นการจัดการที่ชัดเจนโปร่งใสปฏิบัติตามระเบียบต่างๆ
2. สภาพปัญหาการบริหารจัดการ ได้แก่ แหล่งประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ในวัดดูแลรักษาไม่ทั่วถึง เทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างน้อย ขาดการรวมกลุ่มของชุมชนที่เข้มแข็งส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนห่างเหินกันมากยิ่งขึ้น
3. ปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารจัดการของวัดพระธาตุหนองสามหมื่น ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ การจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยอย่างพอเพียง รวมทั้งจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้คนในชุมชนให้ความร่วมมือและทำให้บรรลุตามเป้าหมายยิ่งขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2552). จริยธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน. กรุงเทพฯ:กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม.
ธรรมศักดิ์ โรจนสุนทร. (2542). สรุปผลการสัมมนาการพัฒนาการท่องเที่ยวภาคเหนือ.กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
บุญพิเชษฐ์ จันทร์เมือง. (2553). การจัดการการท่องเที่ยวในพระอารามหลวงชั้นเอก ในเกาะรัตนโกสินทร์. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ประภัสสร์ ชูวิเชียร. (2550). 5 มหาเจดีย์สยาม. กรุงเทพฯ: มิวเซียมเพรส.
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505. (2505, 31 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 79 ตอนที่ 115, หน้า 6.
พระสมุห์อนุรักษ์ ธีรสกฺโก. (2554). การพัฒนาวัดเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพุทธในจังหวัดสมุทรสาคร. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.
พระครูวรเจติยาภิรักษ์ (นิรันดร์). (2554). การศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมของชาวบ้านแก้งที่มีต่อพระธาตุหนองสามหมื่น ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิวัฒน์ชัย บุญภักดิ์. (2532). ท้องถิ่นจะช่วยการท่องเที่ยวได้อย่างไร. จุลสารการท่องเที่ยว, 6 (2), 13.
อาทิตยา เครือจันทร์ และศรีสุพร ปิยรัตนวงศ์. (2559). แนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์: กรณีศึกษาแหล่งโบราณสถานโมคลาน จังหวัดนครศรีธรรมราช.วารสารสงขลานครินทร์, 22(2), 31-52.
Creswell, J. W., & Garrett, A. L. (2008). The “Movement” of Mixed Methods Research and the Role of Educators. South African Journal of Education, 28, 321-333.