แนวทางการเสริมสร้างนวัตกรรมทางสังคมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของนวัตกรรมทางสังคมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก 2) ศึกษาแนวทางการเสริมสร้างนวัตกรรมทางสังคมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก เป็นวิธีวิทยาการวิจัยแบบผสมผสาน เริ่มจากการวิจัยเชิงปริมาณใช้กลุ่มตัวอย่าง 20 เท่า จากโมเดลสมมติฐาน ได้กลุ่มตัวอย่างเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก 240 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลแต่ละโรงเรียนคือ ผู้บริหาร และครู รวมทั้งสิ้น 480 คน โดยการสุ่มหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามมาตราประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 หาค่าความเชื่อมั่นด้วยวิธีการหาสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.96 แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ Mplus ใช้สถิติพรรณนาและสถิติอ้างอิง ต่อด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กที่มีนวัตกรรมทางสังคมที่โดดเด่น จำนวน 3 แห่ง โดยการเลือกแบบเจาะจง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือ ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา เก็บรวมรวมข้อมูลโดยการศึกษาข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนและการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล เครื่องมือการเก็บข้อมูลคือ แบบศึกษาเอกสาร แบบบันทึก แบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลการวิเคราะห์องค์ประกอบนวัตกรรมทางสังคมของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก พบว่า มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ตามเกณฑ์ ดังนี้ X2 = 112.852, Df = 91, P-Value = 0.0601, RMSEA = 0.014, SRMR = 0.014, CFI = 0.999, TLI = 0.998
2. แนวทางเสริมสร้างนวัตกรรมทางสังคมในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็กคือ การส่งเสริมสถานศึกษาให้มีผลิตผลเชิงรูปธรรมที่มีความแปลกใหม่ ส่งเสริมให้มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคม ใช้สถานศึกษาเป็นฐานในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่สังคม ส่งเสริมสถานศึกษาใช้พื้นที่ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียน โดยแนวทางดังกล่าวมีผลการประเมินความถูกต้อง ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2563). พัฒนาศักยภาพบุคลากรคนรุ่นใหม่ พร้อมนำนวัตกรรมทางสังคมยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมาย. เข้าถึงได้จาก https://gnews.apps.go.th/news?news=66092
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ.
คีระคิน คำหนองไผ่. (2560). นวัตกรรมสร้างสรรค์ทางสังคมของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5: กรณีศึกษา. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 28(2), 1-9.
ธนภัทร จันทร์เจริญ. (2562). การจัดการเรียนรู้สู่การศึกษาไทย 4.0. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, 13(3), 216-229.
ธนากร ศรีวิพัฒน์. (2561). นวัตกรรมสร้างสรรค์สังคมสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก: การศึกษาเพื่อสร้างทฤษฎีฐานราก. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ประกฤติยา ทักษิโณ. (2559). เอกสารประกอบการอบรมเรื่อง การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย LISREL และ MPLUS: ความรู้พื้นฐานก่อนการวิเคราะห์. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประเวศ วะสี. (2556). นวัตกรรมทางสังคมสร้างอนาคต. เข้าถึงได้จาก http://www.thaihealth.or.th/Content/16424-นวัตกรรมทางสังคมสร้างอนาคต.html
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (2562). Social Innovation. เข้าถึงได้จาก https://social.nia.or.th/index.php/2019/03/19/event066/
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สุวิทย์ ยอดสละ. (2556). การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุวิมล ติรกานันท์. (2553). การวิเคราะห์ตัวแปรพหุในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสาวนี สิริสุขศิลป์. (2564). ภาวะผู้นำทางการนิเทศการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
BEPA. (2020). Empowering people, driving change Social innovation in the European Union Bureau of European Policy Advisers, European Commission. Retrieved from http://ec.europa.eu/bepa/pdf/ publications_pdf/social_innovation.pdf
Cajaiba. (2017). Social innovation: Moving the field forward. A conceptual framework. Tech-nological Forecasting and Social Change, 82(1), 42-51.
Chesbrough, H. (2019). Open Innovation: Striving for Innovation Success in the 21st Century. Berkeley, CA: University of California at Berkeley.
Doer, J. (2018). Measure What Matters. New York: Penguin Random House.
Dunkerley, S., & Erturk, E. (2018). Understanding Gamification and Its Benefits. Journal of Applied Computing and Information Technology, 22(1).
European Commission. (2013). Guide to social. Regional and Urban Policy. Paris: European Commission.
Frank Moulaert. (2017). The International Handbook on Social Innovation. Cheltenham, UK: Edward Elgar Publishing Limited.
Gillwald. (2019). Understanding Digital Access and Use in the Global South. South Africa: Re-search ICT Africa.
Hair et al. (2010). Multivariate data analysis. (7th ed.). New Jersey: Prentice-Hall.
Howaldt & Schwarz. (2010). Social Innovation: Concepts, Research Fields and International Trends. Retrieved from www.internationalmonitoring.com/fileadmin/Downloads/Trendstudien/IMO%20Trendstudie_Howaldt_englisch_Final%20ds.pdfA
TEPSIE. (2014). Social innovation theory and research A Guide for researchers. Europe: Soap.
Zhou & He. (2018). Mitigation Pathways Compatible with 1.5°C in the Context of Sustainable Development. Retrieved from https://publications.pikpotsdam.de/pubman/faces/ViewItemFullPage.jsp?itemld=item_22900