การจัดการเพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุในภาคกลาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณภาพการให้บริการของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุในภาคกลาง จำแนกตามปัจจัยสถานประกอบการ และ 2) การจัดการธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุที่ส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุในภาคกลาง เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และเครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามจากผู้ประกอบการธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุในภาคกลาง จำนวน 217 แห่ง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA หรือ F-test) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคุณ (Multiple Regression Analysis: MRA)
ผลการวิจัยพบว่า
1. คุณภาพการให้บริการของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมพบความแตกต่างกันเมื่อจำแนกตามลักษณะของสถานประกอบการ รูปแบบในการประกอบธุรกิจ และจำนวนบุคลากร อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ .05 ส่วนคุณภาพการให้บริการของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุด้านอาคารสถานที่และห้องพักพบความแตกต่างกันเมื่อจำแนกตามขนาดของสถานประกอบการ (แบ่งตามจำนวนผู้สูงอายุที่ดูแล) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2. การจัดการธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการของธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวมถึงร้อยละ 54.00 (R2 = .540) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเรียงลำดับของการมีอิทธิพล ได้แก่ ปัจจัยการควบคุม (Beta = .247, Sig. = .000) และปัจจัยการจัดองค์กร (Beta = .240, Sig. = .001) โดยทั้ง 2 ปัจจัยส่งผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนปัจจัยอื่นๆ ไม่พบนัยสำคัญทางสถิติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
กนิษฐา ช้างเสวก, สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล และพิสมัย จารุจิตติพันธ์. (2567). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของสถานประกอบการการดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้มีภาวะพึ่งพิงในกรุงเทพมหานคร. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(10), 1151-1168.
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กระทรวงพาณิชย์. (2561). คู่มือพัฒนาธุรกิจบริการผู้สูงอายุสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจ: เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการบริการของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ. นนทบุรี: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์.
กระทรวงสาธารณสุข, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2567). รายชื่อสถานประกอบการที่ได้รับ อนุญาตเป็นผู้ให้บริการประกอบกิจการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง. เข้าถึงได้จาก https://esta.hss.moph.go.th/shop_passed.php
จิรากร ยิ่งไพบูลย์วงศ์ (บรรณาธิการ). (2562, เมษายน). ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ. รายงานทีดีอาร์ไอ, 151, 3-11. https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2019/07/wb151.pdf
ชุดา วิมุกตายน. (2564). การศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุในอำเภอบางละมุงและอำเภอสัตหีบ. วารสารการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน, 28(2), 69-90. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ppmjournal/article/view/255669/172009
พศิน ชื่นชูจิตต์. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการบ้านพักคนชราในยุค New normal. (สารนิพนธ์การจัดการมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์. (2566). เตรียมพร้อมรับมือไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ. เข้าถึงได้จาก https://mgronline.com/business/detail/9660000083029
ศุภศิริ โปศิริ และวัชระ เวชประสิทธิ์. (2564). กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย. วารสารบริหารธุรกิจศรีนครินทรวิโรฒ: Srinakharinwirot Business Journal, 12(2), 20-37. https://ejournals.swu.ac.th/index.php/MBASBJ/article/view/14270
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ. (2564). สถานการณ์การประกอบกิจการให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านของผู้รับบริการ. นนทบุรี: กลุ่มคุ้มครองสุขภาพผู้สูงอายุและความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
สุตาภัทร จันทร์ประเสริฐ. (2565). รูปแบบความสามารถทางการจัดการธุรกิจสถานบริบาลและการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย. (ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.
อารยา องค์เอี่ยม และพงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. (2561). การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย. วิสัญญีสาร, 44(1), 36-42. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/anesthai/issue/view/9444
Cronbach, L. J. (1970). Essential of Psychology Testing. (3rd ed.). New York: Harper and Row, Publishers, Inc.
Doe, J., & Smith, J. (2020). Enhancing service quality in elderly care facilities: A comparative study. Journal of Gerontological Social Work, 63(4), 345-360. https://www.tandfonline.com/toc/wger20/57/6-7
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308