พลวัตสิมน้ำอีสานในจังหวัดอุบลราชธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความหมายของ สิมน้ำ ตามคัมภีร์พระพุทธศาสนา 2) ศึกษาลักษณะของสิมน้ำอีสานในจังหวัดอุบลราชธานี และ 3) ศึกษาพลวัตของสิมน้ำอีสานในจังหวัดอุบลราชธานี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายจำนวน 30 รูป/คน ประกอบด้วย พระสงฆ์ นักวิชาการศาสนา ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนทั่วไป กลุ่มละ 6 คน รวมทั้งสิ้น 5 กลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และนำเสนอผลการวิจัยในเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สิมน้ำตามคัมภีร์พระพุทธศาสนา คือเขตสีมาที่ตั้งอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ เรียกว่า อุทกเขปสีมา แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) นที (แม่น้ำที่มีน้ำไหล) 2) สมุทร (ทะเลหรืออ่าว) และ 3) ชาตสระ (บึง หนองน้ำ ทะเลสาบที่เกิดขึ้นเอง) ลักษณะของสิมน้ำมักเป็นอาคารที่ตั้งอยู่กลางน้ำ มีรูปแบบเรียบง่าย คล้ายศาลากลางน้ำ
2. สิมน้ำในจังหวัดอุบลราชธานี มีลักษณะเป็นเรือนแพกลางน้ำ ได้รับการยกย่องเป็นมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น การบูรณปฏิสังขรณ์ในปัจจุบันมีการผสมผสานวัสดุท้องถิ่นและวัสดุสมัยใหม่ เช่น เสาปูน หลังคาสังกะสี หรือวัสดุทดแทนอื่นๆ
3. พลวัตของสิมน้ำ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามบริบททางสังคม วัฒนธรรรม และเศรษฐกิจ โดยคณะกรรมการวัดและชุมชนร่วมกันอนุรักษ์ ส่งเสริมกิจกรรมวัฒนธรรม และเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้สิมน้ำคงอยู่ในฐานะศิลปะโบราณและมรดกทางภูมิปัญญาสืบไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
ฐาปกรณ์ เครือระยา. (2560). อุทกสีมา: วิวัฒนาการแพขนานสู่อุโบสถกลางนํ้าในวัฒนธรรมล้านนา. NAJUA: Architecture, Design and Built Environment, 32, A-29. retrieved from https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NAJUA-Arch/article/view/96500
พระครูอาทรสุนทรกิจ ทม ทมจิตฺโต, พระมหาปราโมทย์ แก้วนา และวิโรจน์ คุ้มครอง. (2566). วิเคราะห์อุทกุกเขปสีมาในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(5), 1175-1184. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view/263277
พระไตรปิฎกภาษาไทย. (2539). ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระไตรปิฎกภาษาบาลี. (2535). ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต). (2538). พจนานกรมพุทธธรรม ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ไพโรจน์ สโมสร. (2530). จิตรกรรมฝาผนังอีสาน. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ฟ.
สมคิด จิรทัศนกุล. (2547). รูปแบบพระอุโบสถและพระวิหารในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: วิริยะธุรกิจ.
สมใจ นิ่มเล็ก. (2547). อุโบสถ สถาปัตยกรรมไทย. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.
สุรพันธ์ สุวรรณศรี, พระมหาอํานวย มหาวีโร และเอี่ยม อามาตย์มุลตรี. (2564). สิม: ศิลปะทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา. วารสารพุทธปรัชญาวิวัฒน์, 5(2), 209-221. https://ojs.mbu.ac.th/index.php/jbpe/article/view/1635/1148
อนุวิทย์ เจริญศุภกุล. (2530). จุดเด่นในงานสถาปัตยกรรมอีสาน. NAJUA: Architecture, Design and Built Environment, 7, 21. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NAJUA-Arch/article/view/46976