การบริหารจัดการการศึกษาสำหรับบุตรแรงงานข้ามชาติศูนย์เด็กปฐมวัยในโรงเรียนในจังหวัดลำพูน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารจัดการการศึกษาสำหรับบุตรแรงงานข้ามชาติในศูนย์เด็กปฐมวัยในโรงเรียนจังหวัดลำพูน และ 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของบุตรแรงงานข้ามชาติในศูนย์เด็กปฐมวัยในโรงเรียนจังหวัดลำพูน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากผู้แทนครูระดับปฐมวัย โรงเรียนละ 1 คน จำนวน 122 คน จากโรงเรียนกลุ่มตัวอย่าง 122 โรงเรียน ซึ่งคัดเลือกจากประชากร 175 โรงเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. การบริหารจัดการการศึกษาสำหรับบุตรแรงงานข้ามชาติในศูนย์เด็กปฐมวัยในโรงเรียนจังหวัดลำพูน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก องค์ประกอบที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา (x̄ = 4.17, S.D. = 0.55) รองลงมา คือ ด้านผู้บริหารสถานศึกษา (x̄ = 4.08, S.D. = 0.58) ด้านคณะกรรมการสถานศึกษา (x̄ = 3.91, S.D. = 0.59) ด้านนโยบายการศึกษาของรัฐบาล (x̄ = 3.89, S.D. = 0.49) ด้านองค์กรภาคีเครือข่าย (x̄ = 3.85, S.D. = 0.64) ด้านเทคโนโลยีและสื่อการสอน (x̄ = 3.68, S.D. = 0.69) และด้านการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง (x̄ = 3.52, S.D. = 0.74) ตามลำดับ ส่วนด้านงบประมาณมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 3.17, S.D. = 0.73)
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของบุตรแรงงานข้ามชาติในศูนย์เด็กปฐมวัยในโรงเรียนจังหวัดลำพูน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (x̄ = 4.39, S.D. = 0.54) รองลงมา ได้แก่ ด้านพัฒนาการทางร่างกาย (x̄ = 4.31, S.D. = 0.54) ด้านพัฒนาการทางสังคม (x̄ = 4.24, S.D. = 0.53) และด้านพัฒนาการทางสติปัญญา (x̄ = 4.07, S.D. = 0.55) ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
กรมการจัดหางาน. (2562). วารสารสถิติจำนวนคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงาน. กรุงเทพฯ: กลุ่มงานการจัดระบบองค์การเอกชน การเคลื่อนย้ายบุคคลตามข้อตกลงการค้าเสรี และสารสนเทศ.
จิดาภา เร่งมีศรีสุข, นิดาภา กระแจะจันทร์, สมพงษ์ เกษานุช, นันทยา คงประพันธ์ และ นภัทร์ แก้วนาค. (2565). กลยุทธ์การสร้างเสริมระบบการบริหารจัดการเศรษฐกิจชุมชนแบบมีส่วนร่วมวิถีปกติใหม่ ของชุมชนลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา. วารสารศิลปการจัดการ, 7(1), 38-51.
จินดาภัช ใจซื่อ, ภารดี อนันต์นาวี และมนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2564). รูปแบบการบริหารการศึกษาระดับปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนเอกชน จังหวัดชลบุรี. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(12), 376-392.
ธรรมพร ตันตรา. (2560). พฤติกรรมและวัฒนธรรมองค์การสาธารณะ. เชียงใหม่: ภทระ พรีเพรส.
ปราการ อนุศาสนะนันทน์. (2561). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาระดับปฐมวัยสังกัดสำนักงานศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1 เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในบริบทประเทศไทย 4.0. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
สมานชัย กิจวิจารณ์. (2563). การบริหารงานตามแผนยุทธศาตร์. Journal of Roi Kaensarn Academi, 5(1), 51-63.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). มาตรฐานการศึกษาของชาติ. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11. เข้าถึงได้จาก https://www.obec.go.th/policy-obec
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
องค์กรยูนิเซฟประเทศไทย. (2565). รายงานสถานการณ์การจัดการศึกษาสำหรับเด็กข้ามชาติในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อินธิดา จำนงนิตย์ และเพ็ญณี แนรอท. (2564). การให้บริการด้านการศึกษาแก่บทแรงงานข้ามชาติจังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย. Journal of Modern Learning Development, 6(3), 384-394.
Weber, R. B. (2011). Understanding parents' child care decision-making: A foundation for child care policy making (Research-to-Policy, Research-to-Practice Brief No. OPRE 2011-12). Washington, DC: Office of Planning, Research and Evaluation, Administration for Children and Families, U.S. Department of Health and Human Services.