ผลของการใช้การออกแบบแผนการมีส่วนร่วมในบริการสาธารณะต่อทักษะของนักศึกษา รายวิชานวัตกรรมการปกครองและการบริหารสาธารณะ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์และการคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาก่อนและหลังการใช้แผนการมีส่วนร่วมในบริการสาธารณะ 2) ประเมินผลของแผนการมีส่วนร่วมในบริการสาธารณะต่อการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารของนักศึกษา และ 3) ศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการออกแบบและการนำแผนการมีส่วนร่วมในบริการสาธารณะไปใช้ การวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการปกครองการบริหารสาธารณะ ปีการศึกษา 2567 จำนวน 80 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระจากกัน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 30 คน โดยการสังเกตและการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมตามแผนการมีส่วนร่วมในบริการสาธารณะ นักศึกษามีทักษะการคิดวิเคราะห์และการคิดสร้างสรรค์สูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยด้านการคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้นจาก 3.061 เป็น 4.441 (t = -15.660) และคะแนนเฉลี่ยด้านการคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นจาก 2.672 เป็น 4.813 (t = -17.315) นอกจากนี้ นักศึกษายังมีพัฒนาการด้านการทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น และสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเสนอแนวทางปรับปรุงการออกแบบและการนำแผนการมีส่วนร่วมไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิผลทางการเรียนรู้ ดังนั้น แผนการมีส่วนร่วมในบริการสาธารณะเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมทักษะการคิด การทำงานร่วมกัน และการเรียนรู้ด้วยการกำกับตนเองของนักศึกษา สอดคล้องกับหลักพุทธธรรมด้านการทำงานร่วมกันอย่างเกื้อกูลและการใช้เหตุผล อันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความ ให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความ ต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร วิชาการธรรม ทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้ง แสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์เอกสารอ้างอิง
มยุรา ลีหัวสระ, สพล ณภัทรศรี แสนยงค์ และเชษฐ์ ศิริสวัสดิ์. (2556). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานทักษะการคิดวิเคราะห์และ ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยบูรพา, 9(2), 127-138.
ฤทัย สมบัติเจริญไทย, พาที เกศธนากร และณรงค์ พันธุ์คง. (2567). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาระเทคโนโลยี ด้วยการจัดการเรียนรู้กระบวนการคิดเชิงคำนวณร่วมกับกระบวนการกลุ่มเทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับทักษะการคิดเชิงระบบและทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษสปีที่ 4. วารสาร มจร. กาญจนปริทรรศน์, 4(2), 211-225.
สถาพร จะนุ, อนิรุทธ์ สติมั่น, ฐาปนีย์ ธรรมเมธา และศิวนิต อรรถวุฒิกุล. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนออนไลน์แบบสร้างความสัมพันธ์ตามแนวคิดเกมมิฟิเคชันเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์และทักษะการทำงานเป็นทีมในการเขียนโปรแกรมของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 17(3), 99-108.
สรรชัย ชูชีพ. (2564). การใช้สถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาทักษะด้านการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี: การใช้สถานการณ์จำลองเพื่อพัฒนาทักษ ด้านการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. วารสารลวะศรี, 5(1), 109-116.
Arnstein, S. R. (1969). A Ladder of Citizen Participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216-224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225
Beard, C., & Wilson, J. P. (2013). Experiential learning: A handbook for education, training and coaching. London: Kogan Page Publishers.
Bryson, J. M., Crosby, B. C., & Bloomberg, L. (2014). Public Value Governance: Moving Beyond Traditional Public Administration and the New Public Management. Public Administration Review, 74(4), 445-456. https://doi.org/10.1111/puar.12238
Creswell, J. W., & Plano Clark, V. L. (2018). Designing and Conducting Mixed Methods Research. (3rd ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16, 297-334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Innes, J. E., & Booher, D. E. (2004). Reframing Public Participation: Strategies for the 21st Century. Planning Theory & Practice, 5(4), 419-436. https://doi.org/10.1080/1464935042000293170
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. New Jersey: Prentice-Hall.
Moon, J. A. (2004). A handbook of reflective and experiential learning: Theory and practice. London: Routledge.
Nabatchi, T. (2012). A Manager’s Guide to Evaluating Citizen Participation. Washington, DC: IBM Center for the Business of Government.
Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric Theory. (3rd ed.). New York: McGraw-Hill.
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2023). OECD Skills Outlook 2023: Skills for a Resilient Green and Digital Transition. Paris: OECD Publishing.
Office of the National Economic and Social Development Council. (2023). The Thirteenth National Economic and Social Development Plan (2023-2027). Bangkok: Office of the Prime Minister.
Osborne, S. P. (2010). The New Public Governance? Emerging Perspectives on the Theory and Practice of Public Governance. London: Routledge.
Panadero, E., Broadbent, J., Boud, D., & Lodge, J. M. (2019). Using formative assessment to influence self- and co-regulated learning: The role of evaluative judgement. European Journal of Psychology of Education, 34(3), 535-557. https://doi.org/10.1007/s10212-018-0407-8