การวิเคราะห์เชิงบูรณาการห่วงโซ่อุปทานการเลี้ยงโคนมด้วยแบบจำลอง SCOR เพื่อเสนอแนวทางการยกระดับประสิทธิภาพและการสร้างมูลค่าในระบบสหกรณ์โคนมแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

นัยนา โปธาวงค์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานการเลี้ยงโคนมของสมาชิกสหกรณ์โคนมแม่โจ้ จำกัด โดยประยุกต์ใช้แบบจำลอง SCOR และ 2) เสนอแนวทางในการยกระดับประสิทธิภาพและการสร้างมูลค่าในห่วงโซ่อุปทานการเลี้ยงโคนม เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบสำรวจ ประชากร ได้แก่ สมาชิกผู้เลี้ยงโคนมของสหกรณ์โคนมแม่โจ้ จำกัด จำนวน 49 ราย กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 24 ราย คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่พัฒนาจากแนวคิดการจัดการห่วงโซ่อุปทานและแบบจำลอง SCOR ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.80 และค่าความเชื่อมั่นไม่น้อยกว่า 0.70 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า
1. การดำเนินงานห่วงโซ่อุปทานตามแบบจำลอง SCOR โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการผลิตมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ได้แก่ การวางแผน การจัดหา และการส่งมอบ ส่วนด้านการส่งคืนอยู่ในระดับปานกลาง สะท้อนว่าระบบห่วงโซ่อุปทานมีความเข้มแข็งด้านการผลิต แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการจัดการความเสี่ยง การบริหารข้อมูล และการเชื่อมโยงกระบวนการตลอดห่วงโซ่อุปทาน
2. แนวทางในการยกระดับประสิทธิภาพและการสร้างมูลค่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าน้ำนม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การพัฒนาการจัดการฟาร์ม การวางแผนการผลิต และการบันทึกข้อมูล องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย คือ Integrated SCOR–Value Creation Model ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานเชิงบูรณาการที่เชื่อมโยงกระบวนการหลักของ SCOR กับกลไกการสร้างมูลค่า โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบสารสนเทศ การบริหารจัดการข้อมูล การกำกับดูแลแบบมีส่วนร่วม การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเครือข่ายความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างความยั่งยืนของระบบสหกรณ์โคนมในระยะยาว

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โปธาวงค์ น. (2026). การวิเคราะห์เชิงบูรณาการห่วงโซ่อุปทานการเลี้ยงโคนมด้วยแบบจำลอง SCOR เพื่อเสนอแนวทางการยกระดับประสิทธิภาพและการสร้างมูลค่าในระบบสหกรณ์โคนมแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 26(2), 359–374. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/dhammathas/article/view/296446
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Article)

เอกสารอ้างอิง

กิตติศักดิ์ อัจฉริยะขจร และศิริชัย เอียดมุสิก. (2554). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเซลล์โซมาติกในน้ำนมถังรวมสูงของฟาร์มโคนมรายย่อย. (วิทยาพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

โชติรส นพพลกรัง, ทิพย์สุดา กุมผัน, ณัฐกร โต๊ะสิงห์, รุ่งรดิศ สมทอง, ศิริพงษ์ หอมแขก, กริชนันท์ เจริญพันธ์ และอนงค์นารถ ชัยทอง. (2566). การศึกษาการจัดการโซ่อุปทานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวหอมมะลิ 105 บ้านยางโดยใช้ตัวแบบจำลองอ้างอิงการดำเนินงานโซ่อุปทาน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 3(1), 22-32.

ฐากูร ศิริยอด, ณัฐนันท์ ฐิติยาปราโมทย์, สุขเกษม ลางคุลเสน, ชัยฤกษ์ ตันติเตชา, นลินทิพย์ กองคำ และธนวรกฤต โอฬารธนพร. (2566). การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดหวานสำหรับการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ. วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์, 17(27), 21-43.

ตรียาพร ตุ่มศรียา, ฑิฏิวุฒิ ศรีมานพ, บุญสาน ทระทึก, จักรกฤษณ์ แก้วประเสริฐ และศุภานัน ศรีวิราช. (2568). อิทธิพลของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถด้านทรัพยากรมนุษย์ต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันระหว่างประเทศของธุรกิจส่งออกไทย. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 8(9), 297-311.

นลินี คงสุบรรณ, ศิริพร กิรติการกุล, ฑีฆา โยธาภักดี และเก นันทะเสน. (2564). ประสิทธิภาพทางเทคนิคการผลิตโคเนื้อของสมาชิกสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อ จำกัด. วารสารเศรษฐศาสตร์และกลยุทธ์การจัดการ, 8(1), 97-114.

ปัชฌา ตรีมงคล. (2559). การพัฒนากลยุทธ์การจัดการความรู้เชิงรุกสำหรับชุมชนผู้ผลิตวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานของกิจการเพื่อสังคม. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ไพลิน เลิศพิมลพันธ์, รัชฎากร ภู่ห้อย, โชติชวาล ฟูกิจการญจน์ และวีดา สัตยารมณ์. (2568). การบริหารจัดการโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานการขนส่งสินค้าทางทะเลในจังหวัดชลบุรี. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 3(4), 665-680.

รวีสรา อัญชุลี, ฉัตรชัย เหล่าเขตการณ์ และธนธร ชื่นยินดี. (2568). แนวทางในการปรับปรุงการจัดการโซ่อุปทานกล้วยไม้ในจังหวัดสมุทรสาคร. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธนบุรี (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 3(1), 25-35.

สรายุธ รัศมี. (2567). ความหลากหลายในห่วงโซ่อุปทาน: กลยุทธ์ใหม่เพื่อการผลิตและจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนในยุควิกฤต. วารสารบริหารธุรกิจราชมงคลสุวรรณภูมิ, 1(3), 34-53.

อัจฉริยะขจร และกิตติศักดิ์. (2560). การยกระดับการควบคุมคุณภาพน้ำนมดิบที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ. UNISEARCH (Unisearch Journal), 4(1), 28-32.

Guan, W., & Rehme, J. (2012). Vertical integration in supply chains: driving forces and consequences for a manufacturer's downstream integration. Supply chain management: An international Journal, 17(2), 187-201.

Huan, S. H., Sheoran, S. K., & Wang, G. (2004). A review and analysis of supply chain operations reference (SCOR) model. Supply chain management: An international Journal, 9(1), 23-29.

Juhara, S. (2024). Optimizing supply chain management: Strategies for enhancing efficiency and reducing costs in manufacturing industries. The Journal of Academic Science, 1(1), 37-44.

Li, Y., Wu, F., Zong, W., & Li, B. (2017). Supply chain collaboration for ERP implementation: an inter-organizational knowledge-sharing perspective. International Journal of Operations & Production Management, 37(10), 1327-1347.

Madhani, P. M. (2019). Strategic supply chain management for enhancing competitive advantages: developing business value added framework. International Journal of Value Chain Management, 10(4), 316-338.

Nuprain, A., Srikarn, M., & Jundum, S. (2026). The Upland Rice Supply Chain through the Application of the Supply Chain Operations Reference (SCOR) Model: A Case Study of Kanchanadit District, Surat Thani Province. Research and Development Journal, Loei Rajabhat University, 20(74), 1-16.

Stewart, G. (1997). Supply‐chain operations reference model (SCOR): the first cross‐industry framework for integrated supply‐chain management. Logistics information management, 10(2), 62-67.

Wankmüller, C., & Reiner, G. (2020). Coordination, cooperation and collaboration in relief supply chain management. Journal of Business Economics, 90(2), 239-276.