ผลของการประยุกต์ใช้นวัตกรรม “CKD Insight” บนฐานแนวคิดการรับรู้ความเจ็บป่วยในผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3: การศึกษานำร่องแบบกรณีศึกษา 2 ราย
คำสำคัญ:
โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3, นวัตกรรม “CKD Insight” , การรับรู้การเจ็บป่วยบทคัดย่อ
บทความการศึกษานี้เป็นกรณีศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการประยุกต์ใช้นวัตกรรม “CKD Insight” บนฐานแนวคิดการรับรู้ความเจ็บป่วยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ประเมินผลลัพธ์ของนวัตกรรมต่อการรับรู้โรคความเจ็บป่วย (Illness Representation) ผลลัพธ์ทางคลินิก และความพึงพอใจของผู้ป่วยต่อการใช้นวัตกรรม โดยใช้แนวคิดการรับรู้ความเจ็บป่วยต่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรค มีการศึกษากรณีศึกษา (Case Study) ในผู้ป่วย 2 ราย ให้ความรู้ผ่านแอปพลิเคชันและการติดตามผลผ่านกลุ่มไลน์
ผลการศึกษา : กรณีศึกษารายที่ 1 ผู้ป่วยชายไทย อายุ 51 ปี ประวัติเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นเวลา16 ปี และโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 เป็นเวลา 2 เดือน ไขมันในเลือดสูงได้ 8 ปี ความดันโลหิตสูงได้ 10 ปี น้ำหนัก 67 กิโลกรัม ดัชนีมวลกาย 16 กก./ตร.ม. ค่าความดันโลหิต176/92 mmHg FBS 328 mg/dl HbA1C 11.6 % GFR 50.2 UMA 154 mg กรณีศึกษาที่ 2
ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 55 ปี ประวัติเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นเวลา 8 ปี โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 เป็นเวลา 1 เดือน ไขมันในเลือดสูงได้ 5 ปี ความดันโลหิตสูงได้ 7 ปี น้ำหนัก 78 กิโลกรัม ดัชนีมวลกาย 28 กก./ตร.ม. ค่าความดันโลหิต159/95 mmHg FBS 168 mg/dl HbA1C 10.2 % GFR 59 UMA 95 mg ประเมินการรับรู้การเจ็บป่วยค่าคะแนนอยู่ในระดับต่ำ - ปานกลางทั้ง 2 ราย หลังใช้นวัตกรรมและติดตามผลระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผู้ป่วยมีระดับการรับรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำเป็นระดับปานกลางถึงสูง
เอกสารอ้างอิง
International Diabetes Federation.(2021).IDF Diabetes Atlas. 10th ed. Brussels: International Diabetes Federation;. Available from: https://www.diabetesatlas.org
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค.(2564).รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อในประเทศไทย. กระทรวงสาธารณสุขประจำปีงบประมาณ 2564.
World Health Organization.(2013). Global status report on noncommunicable diseases 2010. Geneva: WHO; Available from: https://www.who.int/nmh/publications/ncd_report2010/en/
Smith J, Johnson M, Williams R.( 2019). Awareness and risk factors for chronic kidney disease: A study of early detection in diabetic patients. J Ren Health,25(3):134–45.
Ingsathit A, Thakkinstian A, Chaiprasert A, Sangthawan P, Gojaseni P, Kiattisunthorn K, et al. .(2010). Prevalence and risk factors of chronic kidney disease in the Thai adult population: Thai SEEK study. Nephrol Dial Transplant,25(5):1567–75. doi:10.1093/ndt/gfp734
ประเสริฐ ธ.(2558) สถานการณ์ปัจจุบันของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทย. [เข้าถึงเมื่อ 13 เม.ย. 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hiso.or.th/hiso/picture/reportHealth/report/report8_9.pdf
โรงพยาบาลชัยภูมิ.(2567). สถิติผู้ป่วยและข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้องประจำปี 2567
กรมการแพทย์.(2563). รายงานการศึกษาเกี่ยวกับโรคไตวายเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวาน. สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์.
Soukup M.(2000). Developing nursing practice guidelines using an evidence-based practice framework. J Nurs Pract,14(2):47–53.
The Joanna Briggs Institute.(2014). Critical appraisal tools for use in JBI systematic reviews. Adelaide: JBI,Available from: https://jbi.global/critical-appraisal-tools
Leventhal H, Phillips LA, Burns E. (2016). The Common-Sense Model of Self-Regulation (CSM): A dynamic framework for understanding illness self-management. J Behav Med,39(6):935–46. doi:10.1007/s10865-016-9760-3
ปริญญา หาวิรส ป., นงลักษณ์ เมธากาญจนศักดิ์ น. (2562). ภาพสะท้อนทางความคิดต่อการเจ็บป่วยของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 ที่มีการทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็ว. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ,37(4):216–23.

