ปัจจัยทางครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกินในเด็กปฐมวัย จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • อัมพร สัจจวีรวรรณ คณะพยาบาลศาสตร์ กาญจนบุรี มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
  • มัณทนาวดี เมธาพัฒนะ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น วิทยาเขตเชียงใหม่ Corresponding author: Muntanavadee Maytapattana E-mail: Muntanavadee_may@nation.ac.th

คำสำคัญ:

ปัจจัยทางครอบครัว, ภาวะน้ำหนักเกิน, เด็กปฐมวัย, ผู้ปกครอง

บทคัดย่อ

      การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกินในเด็กปฐมวัย จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย จำนวน 350 คน โดยสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลของผู้ปกครองของเด็กปฐมวัย ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน มีค่าดัชนีความตรงตามเนื้อหาระหว่าง 0.67-1.00 ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาคเท่ากับ 0.85 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบไคสแควร์ และ การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกทวิภาค

      ผลการวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัยมีภาวะน้ำหนักเกิน ร้อยละ 26.00 ผู้ปกครองส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 71.43 มีอายุเฉลี่ย 35.27 ปี (SD = 9.54) ส่วนใหญ่มีทัศนคติเกี่ยวกับภาวะน้ำหนักเกินอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 62.29 มีความรู้อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 51.43 และมีพฤติกรรมการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 64.86 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกินในเด็กปฐมวัยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ รายได้ครัวเรือนต่อเดือน (χ² = 33.225, p < .001) รูปแบบครอบครัว (χ² = 6.616, p = .037) การได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ (χ² = 11.472, p = .001) ระดับทัศนคติ (χ² = 70.323, p < .001) ระดับความรู้ (χ² = 8.493, p = .014) และระดับพฤติกรรม (χ² = 31.477, p < .001) โมเดลปัจจัยทางครอบครัวสามารถอธิบายความแปรปรวนของภาวะน้ำหนักเกินในเด็กปฐมวัยได้ร้อยละ 42.80 (Nagelkerke R² = .428) โดยปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ รายได้ครัวเรือนต่อเดือน (p = .008) ทัศนคติของผู้ปกครอง (Adjusted OR = .949, 95% CI: .921–.977, p < .001) และพฤติกรรมของผู้ปกครอง (Adjusted OR = .895, 95% CI: .855–.936, p < .001)

เอกสารอ้างอิง

NCD Risk Factor Collaboration (NCD-RisC). Worldwide trends in body-mass index, underweight, overweight, and obesity from 1975 to 2016: a pooled analysis of 2416 population-based measurement studies in 128.9 million children, adolescents, and adults. Lancet. 2017;390(10113):2627-42.

World Health Organization, Imperial College London. Tenfold increase in childhood and adolescent obesity in four decades [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2017 Oct 11 [cited 2025 Oct 19]. Available from: https://www.who.int/news/item/11-10-2017-tenfold-increase-in-childhood-and-adolescent-obesity-in-four-decades-new-study-by-imperial-college-london-and-who

Australian Government Department of Health and Aged Care. Healthy Food Partnership [Internet]. Canberra: Australian Government; [cited 2026 Jun 7]. Available from: https://www.health.gov.au/our-work/healthy-food-partnership/about-the-healthy-food-partnership

Thai Health Promotion Foundation. สถิติกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สสส.; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://resource.thaihealth.or.th

Whitaker RC, Wright JA, Pepe MS, Seidel KD, Dietz WH. Predicting obesity in young adulthood from childhood and parental obesity. N Engl J Med. 1997;337(13):869-73.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. รายงานสุขภาพคนไทย 2563: สองทศวรรษปฏิรูปการศึกษาไทย ความล้มเหลวและความสำเร็จ [อินเทอร์เน็ต]. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 7 พ.ย. 2568]. ได้จาก: รายงานสุขภาพคนไทย 2563

Jaichuen N, Vandevijvere S, Kelly B, Vongmongkol V, Phulkerd S, Tangcharoensathien V, et al. Unhealthy food and non-alcoholic beverage advertising on children's, youth and family free-to-air and digital television programmes in Thailand. BMC Public Health. 2018;18:737

Spinelli A, Buoncristiano M, Kovacs VA, Yngve A, Spiroski I, Obreja G, et al. Prevalence of severe obesity among primary school children in 21 European countries. Obes Facts. 2019;12(2):244–58. doi:10.1159/000500436

กรมอนามัย. กรมอนามัยเปิดตัว Model พลัง 3 สร้าง แก้ปัญหาเด็กปฐมวัยไทยเตี้ย ผอม อ้วน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 7 พ.ย. 2568]. ได้จาก: กรมอนามัยเปิดตัว Model พลัง 3 สร้าง แก้ปัญหาเด็กปฐมวัยไทยเตี้ย ผอม อ้วน

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. ก้าวต่อไปกับการจัดการปัญหาโรคอ้วนในเด็กไทย: โครงการพัฒนางานวิจัยเชิงนโยบายเพื่อลดปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็กไทย (Childhood Overweight and Obesity Policy Research). นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2563.

Jutiporn. เดินหน้าโครงการ “อย่าปล่อยให้เด็กอ้วน” รณรงค์ลดหวาน มัน เค็ม ป้องกันอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก[อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.); 2565 [เข้าถึงเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: เว็บไซต์ สสส.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2565: รายงานสรุปผลที่สำคัญ [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสถิติแห่งชาติ; 2566 [สืบค้นเมื่อ 5 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.unicef.org/thailand/reports/thailand-multiple-indicator-cluster-survey-2022

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ตัวชี้วัดที่ 1.8 ร้อยละเด็กอายุ 0–5 ปี สูงดีสมส่วน [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กรมอนามัย; 2565 [สืบค้นเมื่อ 6 พ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://nutrition2.anamai.moph.go.th/th/kpi65

เขตสุขภาพที่ 5 กระทรวงสาธารณสุข. บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ปีงบประมาณ 2567 รอบ 1 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 19 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: HDC Dashboard กรมอนามัย

Davison KK, Birch LL. Childhood overweight: a contextual model and recommendations for future research. Obes Rev. 2001;2(3):159-71. doi:10.1046/j.1467-789X.2001.00036.x.

Vaughn AE, Ward DS, Fisher JO, Faith MS, Hughes SO, Kremers SPJ, et al. Fundamental constructs in food parenting practices: a content map to guide future research. Nutr Rev. 2016;74(2):98-117. doi:10.1093/nutrit/nuv061.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.

นัยนา อรัมสัจจากุล, และ อนุพันธ์ สุวรรณพันธ์. (2568). สุขภาพเด็กปฐมวัยและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อสุขภาพเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนสังกัดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและนวัตกรรมสุขภาพ กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย, 4(3), 133–146.

อภิชญา อาจอารัญ, และ ธิติรัตน์ ราศิริ. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการเกินของเด็กก่อนวัยเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 19(1), 116–131.

Bloom BS. The new direction in educational research: alterable variables. Phi Delta Kappan. 1980;61(6):382-5.

Ajzen I. The theory of planned behavior. Organ Behav Hum Decis Process. 1991;50(2):179-211.

Rogers EM. Diffusion of Innovations. 5th ed. New York: Free Press; 2003.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

สัจจวีรวรรณ อ., & เมธาพัฒนะ ม. (2026). ปัจจัยทางครอบครัวที่มีความสัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกินในเด็กปฐมวัย จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 315–324. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/299750