ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อ ระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาล หอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม

ผู้แต่ง

  • รัตนา แก้วคุณนอก พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม

คำสำคัญ:

การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะ, การส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตน, การป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะ

บทคัดย่อ

     การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาล หอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของ Bandura (1997) กลุ่มตัวอย่างคือ พยาบาลที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยหนัก จำนวน 14 คน และผู้ป่วยหนักที่คาสายสวนปัสสาวะ หอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ในระหว่างเดือนมกราคม ถึง มิถุนายน 2569 จำนวน 259 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปของพยาบาลและผู้ป่วย แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาล แบบประเมินความรู้ฯ แบบประเมินพฤติกรรมฯ และแบบประเมินความพึงพอใจต่อการใช้โปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนฯ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาล หอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม สื่อวีดีทัศน์ “รอบรู้ก้าวไกล ป้องกันภัยจาก CAUTI” และคู่มือการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะ วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนาหาความถี่ ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแตกต่างเพื่อเปรียบเทียบโดยใช้สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

     ผลการศึกษา : พบว่า 1) หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาลสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (z = -3.30, p = 0.001) 2) หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาลสูงกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (z = -3.30, p = 0.001) 3) หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาลสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (z = -3.30, p = 0.001) 4) หลังการทดลองมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการใช้โปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาลสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (z = -3.296, p = 0.001) และ 5) หลังการทดลองมีอุบัติการณ์การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะลดลงกว่าก่อนการทดลอง (1.16 เหลือ 1.33 ต่อ 1,000 วันที่คาสายสวนปัสสาวะ)

เอกสารอ้างอิง

Kotikula I, Chaiwarith R. (2018). Epidemiology of catheter-associated urinary tract infections at Maharaj Nakorn Chiang Mai Hospital, Northern Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 2018; 49: 113-22. (in Thai)

Allegranzi B, Nejad S, Combescure C, Graafmans W, Attar H, Donaldson L, Pittet D. (2011).Burden of endemic health-care-associated infection in developing countries: systematic review and meta-analysis. Lancet, 377: 228–41.

Mong, I., Ramoo, V., Ponnampalavanar, S., Chong, M. C., & Wan Nawawi, W. (2022). Knowledge, attitude and practice in relation to catheter-associated urinary tract infection (CAUTI) prevention: A cross-sectional study. Journal of Clinical Nursing, 31(1-2), 209–219.

Behera, B., Jena, J., Mahapatra, A., & Biswala, J. (2021). Impact of modified CDC/NHSN surveillance definition on the incidence of CAUTI: A study from an Indian tertiary care hospital. Journal of Infection Prevention, 22(4), 162-165.

Armbruster CE, Prenovost K, Mobley HLT, Mody L. (2017). How Often Do Clinically Diagnosed Catheter-associated Urinary Tract Infections in Nursing Homes Meet Standardized Criteria J Am Geriatr Soc 2017 ; 65: 395 401.

Bizuayehu, H., Bitew, A., Abdeta, A., & Ebrahim, S. (2022). Catheter-associated urinary tract infections in adult intensive care units at a selected tertiary hospital, Addis Ababa, Ethiopia. PLoS ONE, 17(3), Article e0265102. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0265102

วชิราภรณ์ พึ่งศรีเพ็ง. (2561). การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะในหอผู้ป่วยวิกฤตโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง. การค้นคว้าอิสระ สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการการบริการสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Zurmehly, J. (2018). Implementing a nurse-driven protocol to reduce catheter-associated urinary tract infections in a long-term acute care hospital. The Journal of Continuing Education in Nursing, 49(8), 372-377.

Bandura, A. (1997). SELF-EFFICACY The Exercise of Control. USA: W.H. Freeman and company.

Polit, D. F., & Beck, C. T. (2014). Essential of Nursing Research: Appraising Evidence for Nursing Practice. (8th ed.). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins.

นวรัตน์ ปัญจธนทรัพย์. (2568). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้สมรรถนะแห่งตนและพฤติกรรมการดูแลเพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการใส่ท่อช่วยหายใจในผู้ป่วยวิกฤตที่ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ. TUH Journal Online, 10(2), 144–163.

ธิดา กัมพูพงศ์, มาลีวรรณ เกษตรทัต, ศศิประภา ตันสุวัฒน์, และธนิญา น้อยเปียง. (2556). การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่ได้รับการคาสายสวนปัสสาวะในโรงพยาบาลลำพูน. วารสารสาธารณสุขล้านนา, 9(2), 76–98.

ปวีณา ปวีณาสมบัติ และลำภู เนียมทอง. (2567). การพัฒนารูปแบบการนิเทศทางการพยาบาลในคลินิกเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา โรงพยาบาลบ้านโป่ง. วารสารแพทย์เขต 4-5, 43(2), 203–220.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

แก้วคุณนอก ร. (2026). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการป้องกันการติดเชื้อ ระบบทางเดินปัสสาวะที่สัมพันธ์กับการคาสายสวนปัสสาวะของพยาบาล หอผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 11(3), 807–817. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/300415