The Father–Son Relationship Between King Chulalongkorn and Prince Chakrabongse, 1896–1910

Main Article Content

สุรเชษ์ฐ สุขลาภกิจ

Abstract

This article aims to broaden the understanding of gender and family history in terms of father-son relationships, focusing on the case of King Chulalongkorn and Prince Chakrabongse between 1896 and 1910. To accomplish this, it draws on primary sources, especially family letters, which reflect the lived experiences of their relationship. The article argues that the father-son relationship was central to the elite families and profoundly affected the father’s thoughts, personalities, and emotions. This relationship was elevated in significance alongside the patrilineal succession from father to son and was shaped by a new situation in which fathers had to send their sons to study in Europe, regarded as a pivotal locus of modernity. The danger that followed was the sons’ transnational and transcultural experiences, which encompassed certain aspects that were unacceptable within elite families and ultimately strained the father-son relationship.

Article Details

How to Cite
สุขลาภกิจ ส. (2026). The Father–Son Relationship Between King Chulalongkorn and Prince Chakrabongse, 1896–1910. Journal of Anthropology, Sirindhorn Anthropology Centre (JASAC), 9(1). retrieved from https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jasac/article/view/287525
Section
Research Article

References

กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาชราชนครินทร์, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า. จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: บรรณกิจ 1991, 2548.

กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์. (2467). ราชกิจจานุเบกษา, 41: 195–213.

กฎหมายข้อบังคับสำหรับนักเรียนสยามที่เรียนวิชาอยู่ณประเทศยุโรป. (108). ราชกิจจานุเบกษา, 6(44): 379–382.

กฎหมายตราสามดวง, เล่ม 1 (2505). พระนคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.

กรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 6. (2457, 2 พ.ค.–3 ก.ค.). ร.6 บ 1.6/7. ห้ามไม่ให้พระบรมวงษานุวงษ์ ซึ่งเสด็จอยู่ในเมืองต่างประเทศ แต่งงานกับชาวต่างประเทศ. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ, กรุงเทพฯ.

จุลจักรพงษ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า. (2566). เกิดวังปารุสก์ สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์และสมัยประชาธิปไตย (พิมพ์ครั้งที่ 19). กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์.

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จฯ พระ. (2468). ระยะทางเที่ยวชวากว่าสองเดือน. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร.

จิรวัฒน์ อุตตมะกุล. (2546). พระภรรยาเจ้าและสมเด็จเจ้าฟ้าในรัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ: มติชน.

โจรี, พี. (2563). ทฤษฎีกษัตริย์โพธิสัตว์: เวสสันดรชาดกในประวัติศาสตร์ไทย (ฑิตฐิตา ซิ้มเจริญ, ผู้แปล). กรุงเทพฯ: อิลลูมิเนชันส์ เอดิชันส์.

ฉลอง สุนทราวาณิชย์. (2516). รุสเซีย-ไทยสมัยรัชกาลที่ 5–6. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์.

_______. (2544). การเมืองเบื้องหลังการเสด็จประพาสยุโรป. ใน กาญจนี ละอองศรี และธเนศ อาภรณ์สุวรรณ (บ.ก.), ลืมโคตรเง่าก็เผาแผ่นดิน (รวมบทความเนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีชาญวิทย์ เกษตรศิริ) (น. 227–264). กรุงเทพฯ: มติชน.

ณัฏฐพงษ์ สกุลเลี่ยว. (2564). จากความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์สู่ความสัมพันธ์เชิงมิตรภาพ: อารมณ์ความรู้สึกและชีวิตครอบครัวของชนชั้นกลางไทยในทศวรรษ 2500–2530. มนุษยศาสตร์สาร, 22(เพิ่มเติม): 95–111.

_______. (2567). ชีวิตครอบครัวของกระฎุมพีข้าราชการในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์สยาม. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(2): 91–117.

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2498). ชุมนุมพระนิพนธ์ (บางเรื่อง). ม.ป.ท.: ม.ป.พ.

ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์. (2549). การแต่งงานข้ามวัฒนธรรม: ไทยกับ “ฝรั่ง” ในประวัติศาสตร์สังคมสยาม. ศิลปวัฒนธรรม, 27(5): 79–92.

ถึงลูกชายเล็ก: พระราชหัตถเลขารัชกาลที่ 5 และลายพระหัตถ์ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ. (2560). กรุงเทพฯ: ริเวอร์บุ๊คส์.

ทวีศักดิ์ เผือกสม. (2550). เชื้อโรค ร่างกาย และรัฐเวชกรรม: ประวัติศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธงชัย วินิจจะกูล. (2544). ประวัติศาสตร์ไทยแบบราชาชาตินิยม จากยุคอาณานิคมอำพราง สู่ราชาชาตินิยมใหม่หรือลัทธิเสด็จพ่อของกระฎุมพีไทยในปัจจุบัน. ศิลปวัฒนธรรม. 23(1): 56–65.

_______. (2546). ภาวะอย่างไรหนอที่เรียกว่าศิวิไลซ์ เมื่อชนชั้นนำสยามสมัยรัชกาลที่ 5 แสวงหาสถานะของตนเอง ผ่านการเดินทางและพิพิธภัณฑ์ทั้งในและนอกประเทศ. รัฐศาสตร์สาร. 24(2): 1–66.

ธีรวัต ณ ป้อมเพชร. (2550). ออสุต: ภาพสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสตรีในสังคมอยุธยากับพ่อค้าชาวดัตช์. ใน สุวดี เจริญพงศ์ และปิยนาถ บุนนาค (บ.ก.), สตรีแถวหน้าในประวัติศาสตร์เอเชีย (น. 239–266). กรุงเทพฯ: บ้านพิทักษ์อักษร.

นริศรา จักรพงษ์, หม่อมราชวงศ์ และไอลีน ฮันเตอร์. (2560). แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม (พันขวัญ ทิพม่อม, ผู้แปล; พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์.

พรศิริ บูรณเขตต์. (2552). นางใน: สถานภาพ พฤติกรรม และสัญลักษณ์ในวิถีชีวิตของสตรีฝ่ายในสมัย ร.5. กรุงเทพฯ: ฐานบุ๊คส์.

พาชื่น สมคำนึง. (2520). ความสำคัญของการศึกษาของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการปรับปรุงบ้านเมืองตามแบบตะวันตก (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

พระบรมราโชวาทพระราชทานพระราชโอรสในรัชกาลที่ 5. (2466). พระนคร: โรงพิมพ์ไทย.

พระราชทานพระสารีริกธาตุแก่พุทธสาสนิกชนประเทศรัสเซีย. (118). ราชกิจจานุเบกษา, 16(49): 685–686.

พระราชพิธีมงคลการโสกันต์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ. (113). ราชกิจจานุเบกษา, 11(50): 455–460.

พระราชหัตถ์เลขาส่วนพระองค์สมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชทานแด่สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ในเวลาที่ทรงสำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์เมื่อเสด็จพระราชดำเนินประพาศยุโรป พ.ศ. 2440. (2463). พระนคร?: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร.

พระราชหัตถเลขาและหนังสือกราบบังคมทูลของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีแต่ยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระมนตรีพจนกิจและพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ร.ศ. 113–118. (2504). พระนคร: ห้างหุ่นส่วนจำกัด ศิวพร.

ประชุมประกาศรัชกาลที่ 4. (2547). กรุงเทพฯ: มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.

ประกาศการรับพระสุพรรณบัตรเฉลิมพระนาม. (110). ราชกิจจานุเบกษา, 8(43): 390–391.

ประกาศออกพระนามพระชนนีแห่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช. (114). ราชกิจจานุเบกษา, 12(24): 211–212.

มหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระปรมินทร. (2501). ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม. พระนคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

รายงานการประชุมเสนาบดีสภารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาคที่ 1 เรื่อง สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน. (2545). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี.

ลูส, ที. (2565). ปฤษฎางค์ กระดูกสันหลังแขวนคอ: ชีวิตและการลี้ภัยในยุคสมบูรณาญาสิทธิ์ของพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ (ไอดา อรุณวงศ์, ผู้แปล). นนทบุรี: อ่าน.

เวลส์, เอช. จี. ควอริช. (2562). พระราชพิธีแห่งกรุงสยามตั้งแต่โบราณกาลถึง พ.ศ. 2475 (สุทธิศักดิ์ ปาลโพธิ์, ผู้แปล). กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์.

สมิทธ์ ถนอมศาสนะ. (2558). การเปลี่ยนแปลงทางความคิดของชนชั้นกลางไทยกับ “เรื่องอ่านเล่น” ไทยสมัยใหม่ ทศวรรษ 2460–ทศวรรษ 2480 (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).

สายชล สัตยานุรักษ์. (2564). ชีวิตและครอบครัวของผู้หญิงชนชั้นกลางไทย กับ “ความทุกข์ทนทางอารมณ์ความรู้สึก” และการก่อตัวของระบอบอารมณ์ความรู้สึกใหม่. มนุษยศาสตร์สาร, 22(3): 188–212.

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์. (2565). การเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของชนชั้นผู้นำไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ถึงพุทธศักราช 2475 (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สมมติ.

อาทิตย์ เจียมรัตตัญญู. (2560). จาก “โซ๊ด” สู่ “สะวิง”: อัสดงคตนิยมกับการเมืองของการแปลทางวัฒนธรรมในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่. รัฐศาสตร์สาร, 38(2): 73–130.

อาวุธ ธีระเอก. (2560). ภาษาเจ้า ภาษานาย การเมืองเบื้องหลังการศึกษาภาษาอังกฤษ สมัยรัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ: มติชน.

Barmé, S. (2006). Woman, Man, Bangkok: Love, Sex, and Popular Culture in Thailand. Chiang Mai: Silkworm Books.

Dobson, M. (2009). Letter. In M. Dobson & B. Ziemann (Eds.), Reading Primary Sources: The Interpretation of Texts from Nineteenth and Twentieth Century History (pp. 53–73). London & New York: Routledge.

Israngura Na Ayudhya, T. (2014). Men in the Family: Constructions and Performance of Masculinity in England, c.1700–1820 (Doctoral thesis, Queen Mary University of London).

Jory, P. (2021). A History of Manners and Civility in Thailand. Cambridge: Cambridge University Press.

Loos, T. (2005). Sex in the Inner City: The Fidelity between Sex and Politics in Siam. The Journal of Asian Studies, 64(4): 881–990.

_______. (2006). Subject Siam: Family, Law, and Colonial Modernity in Thailand. Chiang Mai: Silkworm Books.

Suwannakij, S., & Ivarsson, S. (2020). Inscribing Siam: The State of Documentary and Spatial Practices.” Modern Asian Studies, 54(5): 1596–1630.

Tanaprasitpatana, S. (1989). Thai Society’s Expectations of Women 1851–1935 (Doctoral thesis, University of Sydney).

Tosh, J. (2011). The History of Masculinity: An Outdated Concept? In J. H. Arnold & S. Brady (Eds.), What is Masculinity? Historical Dynamics from Antiquity to the Contemporary world (pp. 17–34). Basingstoke: Palgrave Macmillan.